สายซิ่งควรรู้!!! ไฟฉุกเฉินมอไซด์ ทำเองได้ง่ายๆทุกๆรุ่น D.I.Y. แถมไฟเช็คเครื่องยนต์สำหรับรถหัวฉีดทุกรุ่น

สำหรับคนที่ชื่นชอบสองล้อแล้ว มักจะชอบปรับชอบแต่งรถสุดที่รักของตัวเองในแบบต่างๆแล้วแต่ความชอบของแต่ละคนกันไป โดยเฉพาะในเรื่องของระบบสัญญาณไฟต่างๆ

วันนี้ผมจะมานำเสนอวิธีทำไฟฉุกเฉินหรือไฟผ่าหมากที่เราเรียกๆกันอยู่โดยทั่วไป ในแบบฉบับ D.I.Y. กันครับ
หลายๆคนก็อาจจะมีวิธีของตัวเอง และทำกันไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายๆคนที่อาจจะยังไม่เคยทำ ยังไม่เข้าใจในระบบ หรืออาจจะทำแบบง่ายๆแต่ไม่เต็มระบบกัน ลองมาดูวิธีของผมดูครับ เผื่อจะนำไปปรับใช้หรือลองทำลองทดสอบกันดู

ส่วนจะเอาไปใช้กันแบบไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลนะครับ อย่าลืมเรื่องกฎจราจรและการใช้งานด้วย ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าไฟฉุกเฉิน อันนี้ก็ต้องดูความเหมาะสมกันด้วยนะครับ

หลักการทำไฟฉุกเฉินของผมก็คือ ทำให้เหมือนกับรถยนต์เลยครับ รถยนต์ใช้ไฟฉุกเฉินยังไง เราก็ใช้อย่างนั้น ส่วนลูกเล่นต่างๆก็แล้วแต่เราจะใส่ไป หรือเรียกง่ายๆว่า เราจะทำไฟฉุกเฉินเต็มระบบกัน

ไฟฉุกเฉินเต็มระบบคืออะไร ยังไง ไม่ต้องทฤษฏีอะไรมากมายครับ เอาให้เข้าใจง่ายๆก็คือ ในขณะที่เราเปิดไฟเลี้ยวอยู่ หากเราเปิดสวิตซ์ไฟฉุกเฉิน ระบบก็จะเปลี่ยนมาเปิดไฟฉุกเฉินได้เลย และเมื่อเราปิดสวิตซ์ไฟฉุกเฉิน ไฟเลี้ยวที่เราได้เปิดไว้ก่อนหน้านี้ก็จะติดตามปกติครับ ประมาณนี้ครับ สำหรับไฟฉุกเฉินเต็มระบบในความหมายของผม

และระบบนี้ ยังสามารถเพิ่มเติมลูกเล่นได้อีกคือ “ไฟเช็คเครื่องยนต์ในรถระบบหัวฉีดครับ” เดี๋ยวมาดูกันเลย

เริ่มต้นกันที่อุปกรณ์ที่ต้องมีกันก่อนครับ

1. รีเลย์ ยี่ห้อ Bosch ใช้ 2 ตัว (ตามรูปด่านล่างเลย)

2. รีเลย์ไฟเลี้ยวแบบธรรมดาไม่มีเสียง(ใช้เปลี่ยนกับของเดิมติดรถ)

3. สวิตซ์เปิด-ปิดไฟฉุกเฉิน (กรณีอยากให้สวิตซ์ไฟฉุกเฉินกระพริบไฟตามให้พ่วงสายไฟไปที่ขา 87 ของรีเลย์ตัวที่1 โดยใช้สวิตซ์ไฟ 12V. 3 ขาครับ)

4. สายไฟเบอร์หรือขนาดเท่าของมอไซต์เลือกสีกำหนดสีตามสะดวก

5. หัวแร้งและตะกั่วบัดกรี

6. ท่อหด(หรือเทปพันสายไฟก็ได้แล้วแต่ความสวยงามของแต่ละคน)

7. เทปพันสายไฟ

ส่วนขั้นตอนการติดตั้งและวางตำแหน่งอุปกรณ์แล้วแต่ความชอบเลยครับหรือจะอิงตามวิธีของผมก็ได้ครับ

มาเริ่มกันเลยครับ วงจรและการต่อผมทำไว้ให้ดูประมาณนี้ครับ(น่าจะเข้าใจ) ส่วนรถที่ใช้ทำและทดสอบคือ Yamaha Spark 135 หัวฉีด ปี2012 ของผมเองครับ

ภาพการต่อวงจร
layoutNewFinalอธิบายง่ายๆตามภาพนะครับ
1. เมื่อเปิดสวิตซ์กุญแจรถ จะมีไฟโชว์สถานะของเครื่องยนต์ติดอยู่ประมาณ 3-5 วินาที สำหรับรถหัวฉีด (ถ้าเป็นคาบูข้ามข้อ 1. ไปได้เลยครับ)
2. เปลี่ยนรีเลย์เป็นแบบธรรมดา ที่ไม่มีเสียงติ๊กต่อก (ถอดของเดิมออกแล้วใส่ตัวธรรมดาเข้าไปแทน)
3. ใช้รีเลย์เป็นสวิตช์เชื่อมต่อเพื่อให้รีเลย์ไฟเลี้ยวทำงาน
4. รีเลย์ตัวนี้จะเป็นตัวเชื่อมไฟเลี้ยวซ้ายขวาเข้าด้วยกัน

หลักการทำงานก็คือ
เมื่อเราเปิดสวิตซ์ไฟฉุกเฉิน ก็จะทำให้ไฟลงกราวด์ ไฟก็จะวิ่งครบวงจร รีเลย์ทั้ง 2 ตัวจะทำงาน พร้อมกัน
รีเลย์ตัวที่ 1 จะเป็นตัวทำให้รีเลย์ไฟเลี้ยวทำงาน ส่วน
รีเลย์ตัวที่ 2 จะเป็นตัวเชื่อมไฟเลี้ยวให้ทำงานทั้ง ซ้าย-ขวา และก็เป็นตัวตัดวงจร ไฟเลี้ยวซ้าย-ขวา ไม่ให้ทำงาน ในขณะที่เราจะใช้ไฟเลี้ยวซ้ายหรือไฟเลี้ยวขวา

ในขณะที่ใช้ไฟ เลี้ยวซ้ายหรือขวา หากต้องการเปิดไฟฉุกเฉิน ก็เปิดสวิตซ์ไฟฉุกเฉินได้เลย ระบบ ไฟฉุกเฉินก็จะทำงานปกติ และเมื่อปิดไฟฉุกเฉิน ก็จะกลับเข้าสู่ระบบไฟเลี้ยวเหมือนเดิม
ความพิเศษคือ วงจรสามารถทำงานร่วมกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องปิดหรือเปิดไฟเลี้ยวก่อน

ตัวอย่างคือ ถ้าเราเปิดไฟเลี้ยวอยู่ ก็สามารถเปิดไฟฉุกเฉินได้เลย โดยไม่ต้องปิดไฟเลี้ยว

ประมาณนี้ครับ ลองไปต่อกันดูครับ ผมทำเบอร์ทำขาไว้ให้หมดแล้ว แค่ต่อตามนี้ก็ใช้งานได้แล้วครับ
เสริมอีกนิดนะครับ จากข้อ 1 ตามภาพ ไฟจากกล่อง CDI มาหาหลอดไฟเช็คเครื่องยนต์ที่แสดงอยู่หน้าเรือนไมล์รถนั้น ให้เช็คหาสายไฟเส้นที่ไม่มีไฟนะครับเพื่อต่อเป็นเส้นลบตามวงจร จะเช็ควิธีไหนก็ได้ แต่อย่าต่อผิดเส้นเด็ดขาด ไม่งั้นกล่อง CDI อาจจะมีปัญหาได้ อันนี้ต้องดูดีๆกันหน่อยนะครับ

ภาพการติดตั้ง —- —-

เมื่อต่อเสร็จแล้วก็ทดสอบกันได้เลยครับ ตามคลิปด่านล่างนี้

ขอบคุณที่มา : namotrips

ยอดวิวทะลุ 14 ล้านวิว นักซิ่งขับรถแล่นลงมาจากสไลด์เดอร์สูง บอกเลยหากไม่ใช่มืออาชีพคงไม่รอดแน่ๆ

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคลิปที่ทำเอาชาวเน็ตแห่แช่กันให้สนั่นโซเชียลเลยทีเดียว สำหรับคลิปที่นักแข่งรถได้เล่นท่าแบบหวาดเสียวสุดๆ โดยเพจเฟซบุ๊กชื่อ “Fun Gifs” ได้เผยแพร่คลิปดังกล่าว ที่นักซิ่งรถได้โชว์ท่าที่น่ากลัวแบบสุดๆ

โดยขับมาด้วยทางที่เป็นสไลดเดอร์ลงมา พร้อมรถยังลอยไปอีกฝั่งนึงได้แบบน่าหวาดเสียว ซึ่งนักซิ่งรถยังบังคับรถได้ดีอีกด้วย งานนี้บอกเลยไม่ใช่มืออาชีพคงไม่รอด โดยคลิปนี้มียอดผู้ชมมากกว่า 14 ล้านวิวอีกต่างหาก จะน่ากลัวขนาดไหนเราไปชมคลิปกันเลยคะ

แค่จอดอยู่เฉยๆยังน่ากลัว

โคตรสูงเลย

มาด้วยความเร็ว

สุดยอด

ลอยไปอีกฝั่งได้

ถ้าไม่ใช่มืออาชีพคงไม่รอด

ชมคลิป

ขอขอบคุณ : Fun Gifs

เรียบเรียงโดย : zupstar
ขอบคุณที่มา : zupstar

เทคนิคการขูดชามไล่เม็ด สำหรับรถออโต้ กับ Webile โมโตเทคนิค ที่บอกเลยว่า “เด็ดมาก”

วันนี้ มีความรู้ดีๆเรื่องเทคนิคการขูดไล่เม็ดชามสำหรับรถออโต้มาฝาก แต่ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกันก่อนว่าชาม หรือที่บางคนเรียกว่าพู่เลย์นั้นคืออะไร หลายคนอยากได้รถเร็วๆ ไปไวๆ หรืออยากให้ขับอย่างสมู๊ทๆ ก็ไปจัดหาเปลี่ยนทั้งท่อ ทั้งแฟริ่ง หรือล้อ แต่จริงๆแล้วสิ่งที่ควรทำเลยก็คือเริ่มจากการไล่เม็ด และขูดชามก่อนนั่นเอง นี่เป็นจุดหลักเลยของการเพิ่มความแรงของรถ

ชาม และเม็ดชามจะอยู่ตรงสายพานของรถ ซึ่งเป็นตัวที่ใช้ขับเคลื่อนสายพานทำให้รถวิ่งไปได้ ภายในชามนั้นจะมีเม็ดชามอยู่ ทำมาจากทองเหลือง และหุ้มด้วยพลาสติก ถ้าเม็ดชามที่มีน้ำหนักเบาจะทำให้อัตราเร่งต้นดี ส่วนเม็ดชามที่หนักจะทำให้เร่งตอนปลายดีไม่หาย ดังนั้นการไล่เม็ดชามจึงเกิดขึ้น เพื่อทำให้น้ำหนักของการหมุนของสายพาน เร็วหรือช้าตามความต้องการของเรา

ชมคลิป

เริ่มแรกจากการไล่เม็ดชามกันก่อน เราควรจะใส่เม็ดชามหนักเท่าไหร่ วางเม็ดชามอย่างไรให้ถูกต้อง สิ่งที่ควรรู้ก่อนเลยคือเม็ดชามของรถจากศูนย์จะมีน้ำหนักเดียวกันหมด ให้เราลองวิ่งดูว่าอัตราเร่งเป็นที่พอใจหรือไม่ ถ้าไม่พอใจอยากให้ต้นไปไวขึ้นลองเปลี่ยนเป็นเม็ดที่น้ำหนักเบาขึ้นก่อน 3-6 เม็ด แล้ววิ่งดูอีกที ว่าแรงพอตามที่ต้องการหรือไม่ ถ้ายังอยากได้ความเร็วที่มากกว่านั้นให้ลองขยับเม็ดที่เบาขึ้น 1-2 เบอร์ เพราะน้ำหนักตัวคนแต่ละคนไม่เท่ากัน ทำให้ไม่มีสูตรตายตัว

ตัวอย่างที่ส่วนมากไล่กันทั้งของฮอนด้า และยามาฮ่า
Yamaha

สูตร 7-9 คือ เม็ด 7 และ 9 กรัมอย่างละ 3 เม็ด วางสลับกัน คือตัวอย่างการไล่แบบห่างกันสองเบอร์

สูตร 8– 9 คือ เม็ด 8 และ 9 กรัมอย่างละ 3 เม็ด วางสลับกัน คือตัวอย่างการไล่แบบห่างกันหนึ่งเบอร์

Honda

สูตร 13-18 คือ เม็ด 13 กรัม 3 เม็ด และเม็ดเดิม 18 กรัม 3 เม็ด วางสลับกัน คือตัวอย่างการไล่แบบเม็ดเดิมสามแต่งสาม

สูตร 13 คือ เม็ด 13 กรัม 6 เม็ด วางในช่อง คือตัวอย่างเม็ดแต่งเบอร์เดียวกันหกเม็ด

มาถึงการขูดชามกันบ้าง แต่สำหรับบางคนที่พอใจกับความเร็วจากการไล่เม็ดแล้วก็ไม่จำเป็นต้องขูดชาม เพราะการขูดชามนั้นถึงจะทำให้รถวิ่งเร็วขึ้นก็จริง เพราะเม็ดชามมีพื้นที่ให้วิ่งขึ้นได้มากกว่าเดิม แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการสึกหรอของชามและเม็ด มีเปอร์เซ็นที่สายพานจะขาดเร็วกว่าเดิม นอกจากนั้นยังกินน้ำมันกว่าเดิมด้วย

วิธีการขูดจริงๆก็แค่ทำให้ร่องของชามลึก และยาวกว่าเดิม แต่ส่วนมากจะไม่ขูดเองเพราะไม่สามารถกะระยะได้ จึงจะให้ร้าน หรือโรงกลึงทำให้ หรือไม่ก็จะซื้อชามแต่งแบบสำเร็จรูปมาใช้กัน

นี่ก็คือเทคนิค และความรู้เกี่ยวกับการขูดชามไล่เม็ด เพื่อให้ได้อัตราการเร่งที่พอใจของแต่ละคน ในอาทิตย์หน้ารอพบกับวิธีการดูเม็ดแท้เม็ดเทียมกันครับ

ขอบคุณที่มา : http://thai.webike.net/news/th/webike-moto-technique-pulley.html

จัดไปสายซิ่ง!!! 10 วิธีคลายข้อสงสัย “ไล่สเตอร์ wave 110i” ยังไงให้ดันต้นหรือแรงปลาย วันนี้เรามีคำตอบ

สวัสดีครับ วันนี้ทีมงานจะพาไปดู 10 วิธีการ “ไล่สเตอร์ wave 110i” ซึ่งทั้ง 10 วิธีนี้ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ไปดูวิธีกันเลยจ้า

สูตรไล่สเตอร์ Wave 110i
แบบที่1 ข้างหน้า 13 ข้างหลัง 30 ต้นดีแต่ปลายไม่ค่อยเดิน
แบบที่2 ข้างหน้า 14 ข้างหลัง 30 ต้นไม่ดีแต่ปลายไหลสุดๆ ปัญจุบันผมก็ใช้อันนี้ครับ เคยขับได้ถึง ร้อยสามกว่าๆนะมีสตอร์อย่างเดียวกล่องไฟก้อไม่มีนะ
แบบที่3 ข้างหน้า 15 ข้างหลัง 30 ต้นไม่ดีแต่ปลายไหลอยู่นะ แต่กว่าปลายจะมาก่อน เกือบโล หรือ โลกว่าครับ
แบบที่4 ข้างหน้า 14 ข้างหลัง 28 ถ้ารถไม่ทำเครื่องอย่าเปลี่ยนดีกว่าครับ
แบบที่5 ข้างหน้า 13 ข้างหลัง 28 ถ้ารถไม่ทำเครื่องอย่าเปลี่ยนดีกว่าครับ
แบบที่6 ข้างหน้า 14 ข้างหลัง 32 อันนี้เค้าใส่กันทั่วไปเลยครับก็วิ่งดีนะ ต้นก็ได้ ปลายก็อยู่ไม่เกิน 120 ครับ
แบบที่7 ข้างหน้า 13 ข้างหลัง 32 ต้นดีสุดๆปลายไม่เดินเลย
แบบที่8 ข้างหน้า 15 ข้างหลัง 32 วิ่งได้120แต่ต้นไม่ค่อยเดินเท่าไหร่
แบบที่9 ข้างหน้า 13 ข้างหลัง 31 อันอีกก็วิ่งดีเหมือนแบบที่2เลยครับ ต้นมาดีกว่าแบบที่2 อยู่หน่อยครับ แต่ติดอยู่ที่ว่าสตอร์เบอร์31 หาซื้อไม่ค่อยมีร้านไหยขาย
แบบที่10 ข้างหน้า 14 ข้างหลัง 31 วิ่งพอๆกันกับแบบที่3

มีอีกนะครับแต่ลองเอาไปใส่ดูก่อนครับว่าถูกใจแบบไหน
ถ้าอยากเเรงจริงๆก็ทำลูกไปเลยครับแรงแน่

10 อันดับ “มอเตอร์ไซค์” ที่สายซิ่งสายแว๊นซ์นิยมขับกันมากที่สุด

สมัยนี้วัยรุ่นแทบ 90% จะมีมอเตอร์ไซค์ขับ หากใครไม่มีนับว่าเป็นเรื่องแปลกมาก ทุกๆบ้านเขาจะมีกันหมดแถมเดินทางสะดวก ประหยัดน้ำมันกว่ารถยนต์มากเลย วันนี้ทีมงานจะพาไปดู 10 อันดับรถมอเตอร์ไซค์ที่วัยรุ่นนิยมมากที่สุดในเวลานี้

10.Honda Super Cup

9.Vespa S125 3Vie

8.Suzuki Let’s

7.Yamaha Nouvo SX

6.Honda Cbr

5.Honda MSX

4.Honda PCX

3.Honda Wave

2.Fino

1.Honda Scoopy I

เรียบเรียงโดย : webwanwan

แต่ละคันเด็ดๆทั้งนั้น!!! 10 อันดับ “รถมอเตอร์ไซด์” รถกระเทยในตำนาน

10 อันดับ รถจักรยานยนต์ 2 จังหวะ หรือ รถมอเตอร์ไซด์กระเทย ที่เรียกกันในยุค 80 – 90 มอไซด์ที่นิยมกันของวัยรุ่น รถซิ่ง สายหมอบ ในอดีตนั้น มียี่ห้อ รุ่นอะไรกันบ้าง เพื่อนๆเคยมีรุ่นไหนกันบ้าง เขียนบอกกันใต้คลิปได้เลยครับ
1. Suzuki Sprinter
ต้นยุค 80 Suzuki ก็ส่ง Sprinter เรียกว่ารถกระเทยรุ่นแรกๆกันเลยทีเดียว ยุคนั้นขายดีมากกกก เครื่องยนต์ JetCool อันเลื่องชื่อ 100 ซีซี
2. Yamaha Belle
เบลล์ร้อยเยี่ยมด้วยระบบครัตช์อัตโนมัติแบบ Auto-Release Clutch 4 เกียร์ ให้คุณเข้าเกียร์ได้ง่าย รวดเร็ว และ นิ่มนวล โดยไม่ต้องผ่อนคันเร่ง เด่นด้วยเครื่องยนต์ 102 cc ระบบ 2 จังหวะ ราคา Belle 100 ยุคนั้น 31500 Belle R 34500 บาท
3. 3. Kawazaki Cosmo
รถในตำนาน หายาก เรียกว่ารถกระเทยยุคบุกเบิก Kawasaki Cosmo R ความรู้สึกที่ไม่ยอมแพ้ใคร ความรู้สึกที่คาดไม่ถึง ฟูลแพริ่ง ลู่ลม เร็วโลด คาวาเมติครัช 2 ระบบ หลายคนรู้จักกันดีในนาม คาวา หัวปลาทู เข้ม คม เหนือธรรมดา
4. Honda cela
110 CC 2จังหวะ รถในตระกูล Nova ของค่าย Honda ซึ่งออกมาทีหลัง Honda Nova S
5. Kawazaki Tuxedo
รถกระเทยตัวแรงจากค่าย kawazaki ที่ออกวางจำหน่ายในช่วงปี 1995 กับ kawazaki TUXEDO 110 cc ที่ออกมา 2 รุ่นคือ SE มีดิสเบรค และ TUXEDO SP มีดิสเบรคและล้อแม็ก
6. Yamaha ZR
120 cc ตัวแรงจากค่าย Yamaha ซึ่งสร้างความแตกต่างด้วยมี Deltabox ที่พัฒนาจากรุ่นพี่ YZR500 6เกียร์ ระบายความร้อนด้วยน้ำ
7. Suzuki Akira
Suzuki Akira เป็นมินิสปอร์ตโฉมใหม่ที่ปฏิวัตรูปแบบของมอเตอร์ไซด์แบบมินิสปอร์ตสมัยนั้น สมรรถณะของรถ ทำให้ขับขี่ได้ปลอดภัย เพราะมีน้ำหนักเยอะกว่ารุ่นอื่นๆ ในยุคเดียวกันทำให้เกาะถนนได้ดีมาก ซูซูกิ อากิร่า” เป็นการปฏิวัติรูปโฉมของรถจักรยานยนต์มินิสปอร์ตในประเทศไทยใหม่หมดทุกจุด 110 ซีซี ระบบระบายความร้อนแบบ “เจ็ตคูล” 5 เกียร์ ดิสเบรกหน้า ป็นรุ่นที่ออกวางตลาดหลังจาก Suzuki Sprinter และได้รับความนิยมอย่างมากจนทำออกมาหลายรุ่นเช่น Akira S,Akira RR,Akira M,Akira Young ออกวางจำหน่ายเมื่อปี 2533
8. Honda Tena
ฮอนด้า TENA จริงๆ คือ ฮอนด้า โนว่า TENA รถในตระกูลเดียวกับ NOVA s – Nova RS Super นั่นเองครับ โดยแบ่งเป็น 2 รุ่นย่อย คือ 4 เกียร์ ครัชต์เท้า และ 5 เกียร์ ครัชต์มือ และยังได้เต๋าสมชาย เข็มกลัด มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ในเวลานั้นอีกด้วย
9. Honda Nova s/RS
วางจำหน่ายประมาณปี 2531 รถ honda ในตระกูลของ NOVA นั้นมีรุ่นย่อยค่อนข้างเยอะมาก เช่น nova-s 105 cc. 4 เกียร์ nova-rs 105 cc 5 เกียร์ ครัชต์มือ nova-r 105 cc 4 เกียร์ ครัชตเท้า nova-rs super 105 cc 5 เกียร์ ครัชต์มือ โดยเฉพาะ รุ่น RS-Super นั้นถือเป็นความไฝ่ฝันของเด็กวัยรุ่นสมัยนั้นเลย
10. Honda Dash
Nova Dash 125 ออกมา แบ่งเป็น R และRS R ไม่มี disk หลัง + ครัทมือ ส่วน dash RS มี และสีสัน RS นั้นสวยบาดใจสุดๆ
เป็นรถที่อยู่ในตระกูล Nova ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 2 จังหวะ 125CC ถือว่าเป็นรถมอเตอร์ไซค์ ที่สุดฮิตของสายซิ่งสายหมอบเมื่อประมาณ 20 ปี ก่อน ด้วยเครื่องที่แรงและการออกแบบที่สวยงามลงตัว เรียกว่าในยุคนั้นใครขี่แดช ถือว่าเท่ห์สุดๆ สาวรักสาวหลง ว่ากันอย่างนั้น

ใครขับเกียร์ออโต้ควรอ่าน!!! หากคุณไม่อยากให้รถพังเร็ว อย่าทำสิ่งเหล่านี้เด็ดขาด

จุดเด่นของเกียร์ออโต้ หรือเกียร์อัตโนมัติ คือ ความสะดวกสบาย แต่ก็มีจุดอ่อนตรงที่ความทนทานที่น้อยกว่าเกียร์ธรรมดา จากกลไกที่ละเอียดอ่อน เพื่อเป็นการดูแลรักษาระบบเกียร์อัตโนมัติให้ใช้งานได้นาน ๆ มาดูกันว่า พฤติกรรมการขับขี่แบบไหนที่เราควรหลีกเลี่ยงกันครับ

1. ปล่อยไหลใช้เกียร์ N
หลายคนชอบใช้วิธีนี้ เพราะคิดว่าจะช่วยประหยัดน้ำมัน แต่หารู้ไม่ว่านอกจากจะไม่ช่วยให้เราประหยัดน้ำมันแล้ว ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนเกียร์ไปยังตำแหน่ง N ระบบจะตัดน้ำมันเกียร์มาหล่อเลี้ยง ทำให้กลไกเกิดความสึกหรอได้อย่างรวดเร็ว ที่สำคัญการปล่อยไหลโดยการใช้เกียร์ N ยังทำให้ไม่สามารถใช้ Engine Break ได้ ส่งผลให้การควบคุมรถทำได้ยากและค่อนข้างอันตราย โดยเฉพาะในช่วงทางลาดที่รถมีความเร็วสูง

2. ติดไฟแดงเข้าเกียร์ P
เกียร์ P มาจากคำว่า Park ซึ่งจะถูกใช้งานก็ต่อเมื่อเราต้องการจอดรถในที่จอดเป็นกิจจะลักษณะ (สังเกตได้จากรถบางรุ่นจะปลดล็อกประตูโดยอัตโนมัติเมื่อเข้าเกียร์ P) ส่วนการใช้เกียร์ P ขณะจอดติดไฟแดงนั้น อาจนำมาซึ่งความเสียหายรุนแรงต่อชุดเกียร์หากเกิดอุบัติเหตุมีรถมาชนท้ายครับ

3. เร่งเครื่องแล้วใส่เกียร์ D
วัยรุ่นใจร้อนหลายคนอยากออกตัวแรง ๆ ด้วยการเร่งเครื่องแล้วค่อยใส่เกียร์ D การกระทำแบบนี้ อาจส่งผลต่อระบบกลไกของเกียร์ รวมไปถึงชุดส่งกำลังที่จะชำรุดเสียหายได้อย่างรวดเร็ว

4. คิกดาวน์บ่อย ๆ
การคิกดาวน์เพื่อเร่งแซง ระบบเกียร์จะทดเกียร์ให้ต่ำลงเพื่อเรียกแรงบิดจากเครื่องยนต์อย่างฉับพลันทันที ซึ่งแน่นอนว่าการคิกดาวน์บ่อย ๆ จะทำให้ชุดเกียร์เกิดความสึกหรอและอายุการใช้งานสั้นกว่าปกติ

5. จอดรถบนทางลาดชัน
ก่อนเข้าเกียร์ P ให้ดึงเบรกมือจนสุดแล้วค่อย ๆ เบรกให้แน่ใจว่ารถไม่ไหล แล้วจึงเข้าเกียร์ P จะช่วยยืดอายุกลไกภายในของชุดเกียร์ไม่ให้ชำรุดก่อนเวลาอันควรได้ครับ

ขอบคุณที่มา : https://auinews.com/1681

เด็ดสุดในพระนคร!!! คาวาซากิ KR150 ชมพูหวานแหวว แจ๋วกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว โดยเนทซ่า ร้อยเอ็ด

สวัสดีครับแฟนๆชาว BoxzaRacing มาเจอกันอีกแล้ว ครั้งนี้เราพาทุกคนมาอยู่ในคอลัมน์ RacingMagazine กับการนำรถแต่งสุดเฉียบมาให้แฟนๆ ได้ชมกันอย่างไม่อั้น ในวันนี้เราได้นำตำนานที่ไม่มีสายซิ่งคนไหนไม่หลงรัก กับ Kawasaki KR150 ทัวร์ริ่ง 2T รุ่นใหญ่ เอาใจคอสายหมอบ กับสีสันสุดหวานแหวว พร้อมของแต่งเต็มลำ โดนใจวัยรุ่นแน่นอน

โคตรคูล

โดยเจ้า Kawasaki KR150 สุดหล่อสุดสวยคันนี้เป็นของ คุณ พิทยุทธ นันทะเสนา หรือ คุณ เนท สายซิ่งรุ่นใหญ่ของเมืองเกินร้อยกับฉายาในวงการ “เนทซ่า ร้อยเอ็ด” ที่หลงใหลในตัวของรถซิ่งยุค 90 และหนึ่งในคอลเลคชั่นของ คุณเนท ก็คือ เจ้า Kawasaki KR150 กับการโมดิฟายจากสภาพเดิมๆ ธรรมดา ให้กลายร่างมาอย่างเนี๊ยบ

เริ่มต้นด้วยโซนชุดบนภายนอกกันก่อนเลยครับ กับชุดสีแฟริ่งเบิกใหม่ สีสดๆ เดิมๆ จากโรงงาน แบบวิ๊งๆ ไปเลย ตามมาด้วยชุดฝาครอบเรือนไมล์แท้เบิกใหม่จากโรงงาน ที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในอะไหล่เดิมที่หายากใช้ได้ มาถึงของแต่งกันบ้างครับกับปั๊มเบรกบน Brembo โลโก้แดง พร้อมกระปุกน้ำมันเบรกแต่งสีชา หันไปฝั่งตรงข้ามกับมือคลัทช์ Domino GP แผงคอ แฮนด์ ZX เบิกใหม่เฉียบไปอีก

มาถึงโซนช่วงล่างกันครับกับปั๊มเบรกล่าง Brembo 4 Pot โลโก้เล็ก กับความพิเศษด้วยงานสร้างขาคาลิเปอร์หน้า-หลัง ที่เป็นงานสั่งตัดพิเศษไม่ใช่งานตามท้องตลาด ควบคู่กับดิสก์เบรกหน้า Brembo ทานตะวันเบิกใหม่ พร้อมไล่ระบบสายถัก Earl’s เพื่อให้สมรรถนะระบบเบรกทำงานได้อย่างเต็มที่ ต่อด้วยล้อซี่ Akront หน้า 17 หลัง 18 นิ้ว ตามสูตรสายซิ่งพร้อมเพลาเลส หน้า-หลัง มาถึงด้านหลังกันบ้างครับกับปั๊มกระทุ้งของ Ducati ปั๊มเบรก Brembo HP ควบคู่กับดิสก์เบรก Brembo เบิกใหม่เช่นกัน ปรับเปลี่ยนท่านั่งด้วยเกียร์โยง Nui Racing ช่วงล่างเขาจะดูแน่นๆ หน่อย

ปิดท้ายกันที่โซนขุมพลังความแรง 2T กับเสื้อสูบ 1855 เบิกใหม่ครบชุด แผ่นคลัทช์ ซีน ลูกปืนทุกตัวเบิกใหม่ เพื่อการทำงานของเครื่องที่ให้เสถียรที่สุด จัดหนักต่อด้วยชุดไฟกล่องใหญ่เบิกใหม่หมดเช่นกัน เสริมการอัดฉีดน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์ KLX ส่งท้ายด้วยชุดท่อไอเสีย DBS หรือ แดงบางทราย ที่สุดของแบรนด์ในตำนานรถซิ่งเมืองไทย ที่ให้เสียงอันซาบซ่านและความมันส์ระดับสิบ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ Kawasaki KR150 สีชมพูสุดหวานแหวว กับของแต่งสุดกระชากใจสายซิ่งของ คุณเนท สำหรับใครที่กำลังหลงใหลเจ้า Kawasaki KR150 สไตล์สุดฉูดฉาดโทนสีจี๊ดๆ ห้ามพลาดคันนี้เด็ดขาด และเหนือสิ่งอื่นใดต้องขอขอบคุณ คุณเนท ที่ได้นำรถหล่อๆ มาให้เราได้พรีวิวให้แฟนๆ ได้ชมกันอย่างจุใจ ในครั้งหน้า BoxzaRacing จะนำแต่งแจ่มๆ คันไหนมาให้แฟนๆ ได้ชมกันอีก รอติดตามได้เลยครับที่ www.BoxzaRacing.com ที่นี่ที่เดียว สำหรับวันนี้ต้องขอลากันไปก่อน…สวัสดีครับ

ขอบคุณที่มา : http://motorcycle.boxzaracing.com/magazine/23506

ของมันต้องมี!!! 10 ของแต่งรถสุดฮิตสำหรับ 2 ล้อสายแว๊นซ์

10 ของแต่งยอดนิยมที่เหล่าสายแว๊นซ์ต้องมีต้องมี

วันนี้ BoxzaRacing จะพาเพื่อนไปดู 10 อันดับของแต่งสำหรับรถมอเตอร์ไซค์สายหมอบที่เหล่าบรรดา เด็กแซป หรือที่เรารู้จักและเรียกว่า เด็กแว๊น นั้นเอง เราไปดูกันคะว่าเด็กๆเหล่านี้เขานิยมแต่งรถสองล้อเขาด้วยอุปกรณ์แต่งรถอะไรกันบ้าง

1.ล้อซี่ลวดบวกยางหน้าแคบ

2.ปั๊มลอย Brembo

3.คาร์ลิปเปอร์ Brembo

4.กันสะบัด Ohlins

5.สายเบรคถัก

6.ท่อไอเสีย (ผ่าโล่ง)

7.เบาะปาด (หุ้มผ้า Bride)

8.สวิงอาร์มอลูมิเนียม

9.โช๊คหลังแต่ง (Showa)

10.ปลอกแฮนด์แต่ง

และนี้ก็คือ 10 อันดับของแต่งยอดนิยมที่เหล่าบรรดาสายหมอบ ขาซิ่ง ยกให้เป็นของแต่งที่ต้องมีติดเพื่อเสริมความหล่อ ให้กับรถมอเตอร์ไซค์คันโปรด ซึ่งอุปกรณ์แต่งรถสองล้อก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป แถมราคาก็ไม่ได้ถูกๆอีกด้วย

ที่มา : http://motorcycle.boxzaracing.com/news/9701

10 อันดับรถมอเตอร์ไซด์ ที่สายซิ่งขาแว๊นซ์นิยมนำมาแต่งมากที่สุด

ขาแว้นทั้งหลายคงจะมีรถมอเตอร์ไซค์ในดวงใจของแต่ละคนกันอยู่แล้วใช่มั้ยละครับ ซึ่งบางคนก็จะชื่นชอบความเร็ว แรง บางคนก็ชอบความสวยงาม ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนกันไป และวันนี้ จะพาขาแว้นมาพบกับ 10 อันดับรถมอเตอร์ไซค์ที่ขาซิ่งนิยมนำมาตกแต่ง โมดิฟายกันมาที่สุด ส่วนจะมีรุ่นอะไรบ้างนั้นตามมาดูกันเลย

1. Honda MSX 125

เรียกว่ากำลังได้รับความนิยมสูงสุดในวงการขาแว้นกันเลยก็ว่าได้ เพราเจ้า MSX มาพร้อมความสวย และความกะทัดรัด คล่องแคล่วแถมด้วยความแรงอีกต่างหาก จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Honda MSX เป็นเจ้าแห่งท้องถนนของขาแว้นบ้านเราตัวจริง

2. Kawasaki KSR

หากมี MSX ก็ต้องมีคู่แข่งตลอดกาลอย่างเจ้า Kawasaki KSR แน่นอน ซึ่งถือว่าเป็นที่นิยมไม่แพ้กัน เนื่องจากรูปทรงอันสวยงาม และความแรงของมันนั้นก็ไม่ได้ด้อยกว่าเจ้า MSX ซะทีเดียว ขาแว้นบ้านเราจึงไม่พลาดที่จะนำมันมาตกแต่งกัน

3. Honda Wave

จะขาดรถบ้านคู่ใจขาแว้นเมืองไทยกันได้อย่างไร อย่างเจ้า Honda Wave ซึ่งในบ้านเราก็ถือว่าได้รับความนิยมสูงมาเป็นเวลายาวนาน มีกันทุกบ้านเลยก็ว่าได้ ซึ่งเป็นผลมาจากคุณสมบัติที่มากมายของมัน จะด้วยความสวยงาม หรือความทนทานนี้เอง ขาแว้นทั้งหลายก็ไม่พลาดที่จะนำมันมาตกแต่งเพิ่มความสวยงามและความแรงให้แก่เจ้ารถตลาดคันนี้

4. Honda Click

เจ้า Honda Click ถือว่าได้รับความนิยมจากขาแว้นทั้งหลายมาอย่างยาวนานเช่นเดียวกัน ซึ่งด้วยรูปทรงที่โฉบเฉี่ยว สวยงาม แถมความแรงของมันยังไม่ธรรมดาอีกด้วย จึงไม่พลาดที่จะติดอันดับรถที่ได้รับความนิยมจากเด็กแว้นทั้งหลาย

5. Yamaha Fino

จะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เมื่อครั้งที่ Yamaha Fino เปิดตัวออกมาในช่วงแรกๆนั้น ยอดขายของมันถือว่าไม่ได้มากมายซักเท่าไหร่นัก แต่หลังจากนั้นไม่นานทั่วบ้านทั่วเมืองของเราก็ยอมรับในความน่ารักและมีเสน่ห์ของเจ้า Yamaha Fino ได้อย่างไม่มีข้อกังขา และในตอนนี้เจ้า Fino นี้ก็ได้ครอบครองหัวใจของขาแว้นทั้งหลายกันถ้วนหน้าเลยทีเดียว

6. Yamaha Mio

ด้วยความแรงของตัวรถ และรูปทรงอันสวยงามของเจ้า Yamaha Mio นี้เองที่ทำให้มันได้รับความนิยมจากขาแว้นบ้านเรามาเป็นเวลายาวนาน ซึ่งขาแว้นทั้งหลายก็ได้นำไปตกแต่งทั้งเพิ่มความสวยงาม และสำหรับผู้ที่ชอบแข่งขันประลองความเร็วทั้งหลาย ก็จะนำเจ้า Mio ขวัญใจขาแว้นคันนี้ไปทำการโมดิฟายเครื่องและนำมาแข่งขันกัน

7. Honda PCX

จะขาดเจ้าขาใหญ่ของวงการเด็กแว้นกันได้อย่างไร ขาใหญ่ที่ว่านี้ก็คือเจ้า Honda PCX นี่เอง ซึ่งถือว่าได้รับความนิยมนำมาตกแต่งไม่แพ้รุ่นใดๆกันเลย แถมเมื่อตกแต่งออกมาแล้วยังสวยงามไม่แพ้รุ่นอื่นๆกันเลยทีเดียว

8. Yamaha Nouvo

Yamaha Nouvo เป็นรถมอเตอร์ไซค์ในระบบออโตเมติกที่เป็นเอกลักษณ์ของทาง Yamaha รุ่นนึงเลยก็ว่าได้ เพราะมันได้รับความนิยมจากขาแว้นทั้งหลายมาอย่างยาวนานไม่แพ้รุ่นอื่นๆ แถมรูปทรงของมันนั้นยังสวยงามและดุดัน เรียกได้ว่าสามารถพิชิตใจเด็กแว้นกันไปเต็มๆ

9. Honda Sonic

Honda Sonic ถือว่าเป็นม้าพันธุ์ดุของวงการเด็กแว้นบ้านเรากันเลยก็ว่าได้ เพราะด้วยความแรงของมันที่เหนือคำบรรยายใดๆ จึงทำให้วัยรุ่นบ้านเรานำเจ้า Sonic มาทำการโมดิฟาย ตกแต่งกันอย่างไม่ขาดสายเลยทีเดียว

10. Honda Dash

มาดูในรุ่นสุดท้ายกันบ้าง นับเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมตลอดกาลจริงๆ สำหรับ Honda Dash ซึ่งมันมาพร้อมความเร็ว แรง ทะลุด่านตำรวจกันเลยทีเดียว ขาแว้นทั้งหลายจึงนำมันมาตกแต่งกันแบบไม่ต้องคิด

และนี่ก็เป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่ได้รับความนิยมนำมาตกแต่งกันในบ้านเราเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับ ซึ่งอันที่จริงแล้วมันก็ยังมีอีกหลายรุ่นที่วัยรุ่นบ้านเรานั้นเอามาทำการตกแต่ง และครั้งหน้าเราจะนำข้อมูลเกี่ยวกับรถมอเตอร์ไซค์แบบไหนมาให้ดูกันอีก สามารถติดตามกันได้ที่ เลยนะครับ

ที่มา : http://motorcycle.boxzaracing.com/news/5664