ส่งผลน่ากลัว!!! ราชาแห่งสารเสพติดอย่าง “ยาไอซ์” ไม่น่าเชื่อว่าจะส่งผลต่อร่างกายได้รุนแรงขนาดนี้

ถ้ามีคนมาบอกกับคุณว่า มียาที่เสพแล้ว ทำให้คุณสดชื่น มีความสามารถในการช่วยเหลือเรื่องอย่างว่า และที่สำคัญคุณจะไม่ติดมัน เมื่อฟังแล้วคุณจะรู้สึกสนใจไหม ยานี้ถูกเรียกว่ายาไอซ์ หลายปีมานี้มันได้กลายเป็นราชาแห่งสิ่งเสพติด มันถูกเอามาตีแผ่ในหนังหรือละครหลายๆเรื่อง ดาราคนมีชื่อเสียงหลายคนก็ยังใช้มัน แน่นอนว่า มันคือยาเสพติด หากใช้แล้วไม่ติดก็คงเป็นไปไม่ได้

ความจริงเมื่อนานมาแล้วก็ได้มีผู้เชี่ยวชาญออกมาพูดเอาไว้ว่า 「 เมื่อยาไอซ์เป็นที่รู้จักและยอมรับแล้ว มันจะมีผลที่น่ากลัวกว่าตัวอื่นๆ และในยุคศตวรรษที่21 ยาไอซ์ก้ได้ขึ้นไปครองแชมป์เป็นที่เรียบร้อยโดยเบียดยาเสพติดชนิดอื่นๆตกอันดับทันที

มีรายงานว่า ในกรุงปักกิ่งมียอดผู้ใช้ยาเสพติดชนิดนี้มากถึง 82.1% ในเดือนพฤษภาที่ผ่านมา ในเมืองฝูเจี้ยนนั้นเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีคนเกือบ 70,000 ติดยาเสพติดโดยติดยาชนิดนี้มากถึง 72% ในจำนวนผู้เสพยาไอซ์นั้น กว่าครึ่งหนึ่งเป็นผู้หญิง

เหตุผลที่ทำให้ยาไอซ์ขึ้นอันดับได้ไวนั้นมาจากสามเหตุผลคือ ผลิตง่าย ให้ผลที่ค่อนข้างแรง ให้ความรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า

ผลิตง่าย : เนื่องจากส่วนประกอบหลักของยาไอซ์นั้นสามารถหาได้ไม่ยาก ซึ่งในยาแก้หวัดบางตัวก็มีส่วนผสมชนิดเดียวกัน ดังนั้นปัจจุบันเมื่อในการซื้อยาแก้หวัดจึงต้องมีใบสั่งซื้อจากแพทย์เท่านั้น

ออกฤกธิ์แรง : ผู้เสพยาไอซ์บอกกับเราว่า หลังจากที่ใช้ยาตัวนี้ เขาไม่รู้สึกง่วงหรือเพลียเลยนานถึงครึ่งเดือน แต่ไม่สามารถออกไปไหนได้ วันๆเอาแต่อยู่แต่ในบ้านเล่นคอมพิวเตอร์ และรู้สึกสดชื่นโดยไม่กินอะไรเลยก็ได้ ยาไอซ์สามารถให้ผลได้มากกว่ายาตัวอื่น

เมื่อได้คลุกคลีกับผู้ใช้สารเสพติดมากๆ คุณซิน(นามสมมุติ)ก็ได้บอกกับเราว่า ยาช่วยทำให้มีแรงและความว่องไว นี่เป็นเหตุผลหลักที่นักเสพยาไอซ์ใช้เลือกมัน เพราะเหตุนี้จึงมี สาวไซไลน์พ่วงอาชีพนี้ขึ้นมา พวกเธอสามารถค้าบริการและยาไปได้ในเวลาเดียวกัน และยังได้กำไรมหาศาล ซึ่งเธอบอกกับเราว่าสำหรับสาวที่เคยใช้ยาไอซ์กับสาวที่ยังไม่เคยใช้ยาไอซ์นั้นให้ความแตกต่างกันในด้านบริการลูกค้ามาก คนที่ไม่เคยเสพยา พวกเธอจะมีความเขินอายและกังวลในการให้บริการลูกค้า แต่สำหรับสาวที่ใช้ยาไอซ์ พวกเธอจะไม่กังวลกับสิ่งใดๆ พวกเธอสามารถตอบสนองความสุขของผู้มาใช้บริการได้เป็นอย่างดี

จากผลสำรวจ สาวผู้ให้บริการนั้นก็ยังแสวงหาความสุขทางเพศจากยาไอซ์อีกด้วย ตามสถิติสัดส่วนของผู้ชายและผู้หญิงที่ใช้ยาเสพติดตัวนี้ โดยทั่วไปมักจะอยู่ที่ 8: 2 แต่สำหรับสารเสพติดชนิดนี้นั้นมีอัตราอยู่ที่ 5:5

แน่นอน เรื่องที่ชัดเจนมากที่สุดคือ มากกว่า90%ของผู้ใช้ยานั้นหลงเชื่อคำชักจูงที่ว่า เสพแล้วไม่ติด ซึ่งความจริงแล้วเสพยาไอซ์เพียงครั้งเดียวก็ทำให้ติดเหมือนกับยาเสพติดอื่นๆ เมื่อพวกเขาเริ่มติดแล้ว พวกเขาจะหลงระเริงในความสุขที่ไม่สามารถเอาตัวเองออกมาได้

เหล่าผู้เสพจะมีร่างกายที่ผอมโซ การเสพยาไอซ์จะทำให้ระบบร่างกายรวนและอ่อนแอ เป็นโรคติดต่อได้ง่าย สุขภาพเสื่อมโทรม แต่ที่น่ากลัวคือ ตอนนี้มีการผลิตยาออกมาในรูปแบบไร้กลิ่นไร้สี หากสารเสพติดชนิดนี้เกิดระบาดขึ้นมาจะต้องมีคนไปสังเวยให้กับมันอีกมากมาย

ในอดีตเฮโรอีนเป็นยากล่อมประสาทที่ได้รับฉายาว่า 「ราชาแห่งสารเสพติด」 ความแตกต่างของสองสิ่งนี่คือ เฮโรอีนมีผลต่อ สรีรมากกว่า แต่ยาไอซ์มีผลต่อทางจิตใจ คนที่เสพยาไอซ์นั้นล้วนเสพติดมันจากการเสพครั้งแรก

ยาไอซ์มีผลเสียต่อร่ายกายและสุขภาพอย่างมาก เพราะมันสามาถทำลายสมองได้โดยตรง ผู้ที่ใช้ยาไอซ์มากกว่าห้าครั้งต่อเดือนนั้น ในสองปี จะกลายเป็นคนเสียสติ และอาการเหล่านี้ก็ไม่สามารถรักษาได้

ตามสถิติปีที่ผ่านมา เมืองฝูเจี้ยนมีผู้ติดยาเสพติดและต้องเข้าไปพัวพันกับคดีอาญา มีมากกว่า 7028คดี คิดเป็นเมืองที่มีคดีอาญามากถึง 8.1% จากข้อมูลสถิติที่กล่าวมานั้น นักโทษจากคดียาไอซ์นั้นมีจำนวนไม่น้อยเลย ในวันที่ 26 เดือนมิถุนายน ปี 2014 ในเมืองฝูเจี้ยน คณะควบคุมสิ่งเสพติด โดยมุ้งเน้นไปที่การทำลายเฮโรอีน และยาบ้าชนิดต่างๆ เช่นเดียวกับสารเคมีที่เป็นสารตั้งต้นอีเฟดรีนรวมสูงถึง 5.46 ตัน จึงทำให้ถูกบันทึกลงในประวัติศาสตร์ และหนึ่งในนั้น ยาไอซ์ซึ่งเป็นยาที่เป็นตัวอย่าง ยาเสพติดชนิดใหม่ ที่มีมากถึง98%!

เพราะยาไอซ์มีฤทธิ์ต่อทางจิตใจ ตอนนี้ทางรัฐบาลยังไม่มียาตัวไหนสามารถรักษาคนที่ติดยาไอซ์ได้ สำหรับผู้ใช้เฮโรอีน หลังจากที่ใช้มันแล้วยังพอมีทางควบคุม แต่กับผู้เสพยาไอซ์นั้นไม่มีเลย

สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญบอกกับเรานั้นอาจยังไม่ปรากฎเด่นชัด แต่สำหรับคนที่ใช้ยาไอซ์นั้น อาการป่วยทางจิตมันรุนแรงกว่ายาชนิดอื่นๆ

ฤทธิ์และโทษของยาไอซ์นั้นช่างรุนแรงอย่างมาก เพียงการใช้ยาไอซ์แค่ครั้งเดียวก็สามารถทำร้ายสมองได้ หากยังคิดรักชีวิต ก็อย่าคิดลอง! ช่วยกันบอกให้คนรอบตัวได้รู้โทษอันร้ายแรงของยาไอซ์กันนะคะ สังคมเราจะได้ไม่ต้องมีคนที่หลงทางไปใช้มันอีก!

credit : hippoza.com

ตำรวจเรียกให้จอด ก่อนพ่อค้าถามลั่น “ผมผิดอะไรจะไปขายแตงโม” เหลือบเห็นสิ่งที่อยู่ท้ายรถ นั่งหน้าซีดทั้งคันเจอขนาดนี้ไม่น่ารอด!!!

เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2561 เวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการสกัดจับ และเข้าตรวจค้น รถยนต์ต้องสงสัยคันหนึ่ง ซึ่งเป็นรถกระบะโตโยต้า สีเงิน ทะเบียน บท – 4439 กระบี่ ในขณะที่กำลังขับอยู่บนถนน สังเกตุมีความผิดปกติ โดยเห็นรถบรรทุกแตงโม เต็มหลังรถ จึงได้เรียกให้จอด โดยสอบถามตามปกติ ซึ่งคนขับบอกว่า “ผมทำผิดอะไรครับ พวกผมจะไปขายแตงโม เพิ่งขนมาจากสวนเลยครับ”เจ้าหน้าที่ก็ได้บอกว่า ขอทำการตรวจค้นหน่อย เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ แต่พอไปตรวจดูท้ายรถ ถึงกับอึ้งเมื่อเพียงแค่ หยิบลูกแตงโมขึ้นมา เพียงแค่ 2-3 ลูก กลับเห็นของบางอย่างถูกบรรจุอยู่แน่น ลักษณะเป็นห่อสีดำ อยู่ด้านใต้แตงโมเหล่านั้น จึงได้ทำการ บอกให้ทุกคนลงจากรถ และนำตัวมาตรวจสอบ ทันที

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการ บอกให้คนขับรถ และลูกน้องอีก 2 คน ทำการแกะห่อสีดำ ด้านล่างออกดู ถึงกับผงะ เมื่อมันคือ ยาไอซ์ จำนวนมาก ที่มีน้ำหนักกว่า 300 กิโลกรัม บรรทุกมาเต็มคัน และใช้แตงโมมาวางทับเอาไว้ โดยปลอมเป็นพ่อค้าขายแตงโม เพื่อทำการขนยาไอซ์เหล่านี้ส่งหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้จับกุมทั้งคนขับ และลูกน้องที่มาด้วยอีก 2 คนโดยมีรายชื่อดังนี้  1. นายพรสิทธิ์ ชุมพงศ์ อายุ 36 ปี ที่อยู่ 80 หมู่ 10 ต.หลักช้าง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช 2. นายมานิตย์ สุวรรณมณี อายุ 36 ปี ที่อยู่ 110/335 หมู่ 4 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา 3. นายนิคม ขีดสำโรง อายุ 53 ปี ที่อยู่ 110/343 หมู่ 4 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้จับกุมทั้งคนขับ และลูกน้องที่มาด้วยอีก 2 คนโดยมีรายชื่อดังนี้  1. นายพรสิทธิ์ ชุมพงศ์ อายุ 36 ปี ที่อยู่ 80 หมู่ 10 ต.หลักช้าง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช 2. นายมานิตย์ สุวรรณมณี อายุ 36 ปี ที่อยู่ 110/335 หมู่ 4 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา 3. นายนิคม ขีดสำโรง อายุ 53 ปี ที่อยู่ 110/343 หมู่ 4 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา

ซึ่งหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผล ไปสู่กลุ่มตัวการ ที่รอรับยาไอซ์กว่า 300 กิโลกรัมนี้ โดยให้ทั้ง 3 คน โทรไปนัดส่งของกับต้นสาย จนไปถึงสถานที่รับของ ซึ่งได้ทำการเข้าจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มได้อีก 4 ราย ที่บ้านพักคือ 4. นายสือลี แวยูโซะ อายุ 40 ปี ที่อยู่ 31/9 ถนนทรายทอง 5 ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส 5. น.ส.อัสนิดา เจ๊ะแม อายุ 41 ปี ที่อยู่ 116/1 หมู่ 7 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส 6. น.ส.อาซียะห์ เจ๊ะแม อายุ 30 ปี ที่อยู่ 116/1 หมู่ 7 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส  7. นายอาซีซี เจ๊ะแม อายุ 44 ปี ที่อยู่ 493/4 ถนนเจริญเขต ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาสทั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการเข้าจับกุม ยาไอซ์ จำนวนมากอีกครั้ง ก่อนจะถูกส่งต่อไปยังกลุ่มพ่อค้ารายใหญ่ และกระจายเข้าสู่ตัวเมือง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ไปยังสถานีตำรวจ เพื่อทำการสอบสวน และมีสิทธิ์ขายผลต่อ เพื่อเข้าสู่ตัวการรายใหญ่ต่อไป

ขอบคุณรุปภาพจาก บิ๊กเกรียน

ขอบคุณที่มา : https://www.siamvariety.com/view-25815.html

12 ดาราคนดัง “อนาคตดับวูบเพราะยาเสพติด” ล่าสุด “เอมี่ อาเมเรีย”

วันนี้อูเบอขอนำเสนอ เรื่องราวคดียาเสพติดของเหล่าคนบันเทิง ที่มีตัวอย่างให้เห็นเป็นระยะๆ ร้ายแรงที่สุดก็โดนจับติดคุก เบาหน่อยก็รอลงอาญา และร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม แต่ที่แน่ๆ ทำเอาหลายๆ คน อนาคตดับวูบบนเส้นทางบันเทิงไปเลย หรือต้องใช้เวลาอีกนานหากจะกู้ชื่อเสียงกลับมาอีกครั้ง จะมีใครบ้าง ไปดูกันเลยค่า1. เสก โลโซ

เปิดด้วยคดีแรงของนักร้องร็อคมาดเซอร์ ที่ออกมายอมรับว่าหน้าตาเฉยว่าใช้สารเสพติดในการสร้างอารมณ์เวลาทำงานเพลง2. น้ำฝน กุณณัฐฐ์ กุลปรียาวัฒน์

จากนางเอกที่โด่งดัง อนาคตเธอต้องดับวูบ ซึ่งใช้เวลากู้ชื่อเสียงอยู่นานกว่าจะได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ในวงการให้กลับสู่แวดวงบันเทิงอีกครั้ง3. ทัช ณ ตะกั่วทุ่งศิลปินเดี่ยวแถวหน้าของอาร์เอส ก็ถูกตำรวจบุกจับกุมขณะเสพกัญชาที่คอนโด เมื่อ พ.ศ. 2540 แม้จะยอมรับสารภาพ ก็ถูกทางต้นสังกัดแบนงานไปพักใหญ่4. แพท วรยศ บุญทองนุ่มในปี พ.ศ. 2547 นักร้องนำหนุ่มจากวง “พาวเวอร์แพท” อ้างเหตุผลว่าเขาไม่มีเงินและค่ายไม่ป้อนงานให้ จึงจำเป็นต้องตัดสินใจหันมาค้ายาเสพติด5. จอยซ์ พรพรรณ รัตนเมธานนท์ ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น กรภัสสรณ์ รัตนเมธานนท์นักร้องดูโอ้สาวสวยที่ดังที่สุดในช่วงสายเดี่ยวกำลังฮิต แห่งวง “ไทรอัมพ์ คิงดอม” ก็ดับอนาคตตัวเองด้วยการผูกมิตรกับยาเสพติด6. หนึ่ง มาฬิศร์ เชยโสภณอดีตนักแสดงช่อง 7 ถูกแบนผลงาน เพราะเสพยาอี เดินทางผิดชีวิตดับจริงๆ7. นก เชิญยิ้มในปี พ.ศ. 2552 ดาราตลกหญิงชื่อดังคนนี้ ถูกจับในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองถึง 2 ครั้ง 2 ครา ทั้งที่กรุงเทพมหานคร และที่ด่านตรวจแถวจังหวัดสระแก้ว ซึ้งทั้ง 2 ครั้ง ก็ได้รับการประกันตัว8. บอล อธิป นานาส่วนพ่อหนุ่มคนนี้ ที่เคยฝากผลงานในภาพยนตร์ โดยคดีมีกัญชาและโคเคนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต9. ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์นักแสดงสาววัยใส ปันปัน สุทัตตา ออกมายอมรับว่าลูกสาวเคยทดลองเสพยาเสพติด หลังจากมีภาพหลุดปันปัน เสพยาไอซ์ว่อนเน็ต โดยผู้เป็นพ่อระบุว่า ลูกสาวรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เรียกได้ว่าเป็นประเด็นใหญ่เลยทีเดียว10. โรเบิร์ต สายควัน หรือ หมั่ง ไพรฑูตย์ พุ่มรัตน์ศิลปินตลกบางคนเมื่องรุ่งโรจน์ ร่ำรวย มีเงินทอง ก็มักหลงระเริงหมดไปกับการสังสรรค์ ผู้หญิง และการพนัน แต่ไม่ใช่กับ โรเบิร์ด สายควัน เขาเอาเวลาส่วนมากไปเสพยาทุกแบบ ผ่านมาหมดทุกอย่างแล้ว11. MC มังกรเป็นดีเจที่สาวๆ กรี๊ดตลอดเวลาเพราะหน้าตาดีเป็นทุนเดิม แถมยังมีลายสักทำเอาใครเห็นต้องน้ำลายไหล สำหรับ ดีเจ มังกร หนุ่มนักเปิดแผ่นที่โด่งดังในสังคมออนไลน์จัดว่าเป็นเน็ตไอดอลตัวจี๊ดที่หน้าตาดีมีเสน่ห์ ล่าสุดมีข่าวโดนจับคาผับดังที่พัทยา คาดว่ามีการเสพสารเสพติดเพราะตรวจเจอฉี่สีม่วง12. เอมี่ อาเมเรีย จาคอป

ล่าสุดในช่วงดึกของเมื่อวันที่ (18 ก.ย. 60) เอมี่ อามาเรีย ถูกตำรวจเข้าจับกุมขณะเสพยาไอซ์กับแฟนหนุ่ม ที่บ้านพักย่านสายไหม พร้อมถูกตั้งข้อหามียาเสพติดไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย และกำลังถูกส่งตัวเพื่อฝากขังต่อศาลอาญารัชดาขอบคุณข้อมูล : armasecret

ขอบคุณที่มา : https://uberthongbin.com/2403/

ชาวบ้านสงสัยแม่ค้าขายลูกชิ้นทอดไม้เดียว 150 บาทแจ้งตำรวจไปดู เจอเต็มๆแทบรับไม่ได้ พาตัวไปโรงพักด่วนเลย

วันนี้ 16 ม.ค.60 ผู้สื่อข่าว รายงานว่า พ.ต.อ.ภคภณ เล็กท่าไม้ ผกก.สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่ามีแม่ค้าขายลูกชิ้นทอดมีลักษณะพฤติกรรมแปลกๆคล้ายเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ด้วยการขายลูกชิ้นทอด 1 ไม้ ในราคาไม้ละ 150 บาท ตรวจสอบทราบว่า แม่ค้าคนดังกล่าวคือ น.ส.กันตาณัฏฐ์ หรือนา พิมพันดี อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 138 หมู่ 2 ต.วังขนาย อ.ท่าม่วงโดย พ.ต.ท.อาณุ ปิ่นทอง รอง ผกก.สส.สภ.ท่าม่วง สั่งการ พ.ต.ท.ชนิตร วิโรจน์ศิริ สว.สส.สภ.ท่าม่วง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ท่าม่วง ประชุมวางแผนเพื่อทำการจับกุม ซึ่งน.ส.กันตาณัฏฐ์ หรือนา ได้ตั้งร้านขายลูกชิ้นทอดอยู่ที่บริเวณริมถนนแสงชูโตสายเก่า หมู่ 2 ต.วังขนาย

โดยหลังจากประชุมวางแผนแล้วเสร็จ ทางเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังไปซุ่มโป่งอยู่ห่างจากร้านประมาณ 40 เมตร จนกระทั่งพบลูกค้าเป็นชาย 1 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาซื้อลูกชิ้นทอด ซึ่งชายคนดังกล่าวคือนายทัศนะ หรือทัด ทับบุรี ซึ่งมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หลังจากทั้งคู่ซื้อขายลูกชิ้นทอดแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นทันทีโดยนายทัศนะ ได้พยายามเร่งเครื่องรถจักรยานยนต์หลบหนี แต่ไม่พ้นเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวเอาไว้ได้ จากการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 3 เม็ด อยู่ในถุงไส้กรอกทอด จำนวน 3 เม็ด ส่วน น.ส.กันตาณัฏฐ์ หรือนา แม่ค้าขายลูกชิ้น ได้ยอมจำนนด้วยการนำยาบ้าที่ซุกซ่อนเอาไว้ภายในถังขยะ จำนวน 19 เม็ด ออกมาส่งให้กับเจ้าหน้าที่พร้อมกับเงินสดที่ได้จากการจำหน่ายยาบ้าให้กับนายทัศนะ หรือทัด จำนวน 460 บาท พร้อมกับยอมรับสารภาพว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของตนเองจริง

อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จึงคุมตัว น.ส.กันตาณัฏฐ์ หรือนา และนายทัศนะ หรือทัด ไปสอบสวนเพื่อขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการ ก่อนที่จะส่งตัวให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ท่าม่วง ดำเนินคดีตามกฎมายในภายหลังต่อไป

ผลตรวจออกมาแล้วชี้ชัด “เสก โลโซ” มีสารเสพติดอยู่บ้าง ปัสสาวะสีม่วงไม่ใช่เกิดจาก “ยานอนหลับ”

จากกรณีข่าวฉาวของนักร้องหนุ่ม “เสก โลโซ” หรือ นายเสกสรรค์ สุขพิมาย ที่ได้ใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า 10 นัด  ในวัดเขาขุนพนม จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังการแสดงคอนเสิร์ต เมื่อวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการบุกเข้าไปจับกุมตัวถึงบ้านพัก  โดยหลังจากเจ้าหน้าที่ทำการควบคุมตัวแล้ว ได้มีการแจ้งดำเนินคดีตามหมายจับของศาล ในข้อหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมืองโดยไม่มีเหตุอันสมควร และ ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรโดยล่าสุดวันนี้ (3 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช นำตัวเสก โลโซ ออกจากห้องขังเพื่อนำมาฝากขัง ที่ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช อย่างไรก็ตามที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่า ความคืบหน้าจากการตรวจสอบหาสารเสพติดของเสก โลโซ เบื้องต้นทางสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ (รพ.ตร.) รายงานผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วงพบว่า มีสารเมทแอมเฟตามีน อยู่ในกลุ่มยาเสพติดประเภทยาไอซ์หรือยาบ้า และสารเอ็มดีเอ็มเอ (Methylenedioxy methamphetamine) อยู่ในกลุ่มประเภทยาอี ทั้งนี้ สารเสพติดที่พบดังกล่าวอยู่ในกลุ่มยาเสพติดประเภทที่ 1 โดยก่อนหน้านี้เสก โลโซ ได้อ้างว่าที่ฉี่สีม่วงเนื่องจากกินยานอนหลับเข้าไป ซึ่งขั้นขั้นตอนต่อไปเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมายเพิ่มเติม  ส่วนกรณีที่เคยมีประวัติเคยเสพยาเสพติดและเข้ารับการบำบัดมาก่อนแล้วจะได้รับการฟื้นฟูหรือไม่ ถึงแม้ว่าผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดีเสพยาเสพติดมาก่อนแล้ว แต่คดีดังกล่าวไม่เข้าเงื่อนไขฟื้นฟูเนื่องจากผู้ต้องหามีความผิดคดีอาญาความผิดฐานอื่นทั้งคดีอาวุธปืนและคดีต่อสู้ขัดขว้าง จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณข้อมูล ข่าวสด