“มาเฟีย” ที่โหดที่สุดในโลก โชคดีประเทศเราไม่มี ลั่น!! “คนจริงเขาไม่พูดเยอะ”

 

คงเป็นอีกหนึ่งคำพูดติดหูของใครหลายๆ คน กับคำว่า “มาเฟีย” และหนึ่งใน “เจ้าพ่อมาเฟีย” ที่ทรงอิทธิพล “อัล คาโปน” (Al Capone) ซึ่งอยู่ในยุคต้องห้าม

"มาเฟีย" ที่โหดที่สุดในโลก โชคดีประเทศเราไม่มี ลั่น!! "คนจริงเขาไม่พูดเยอะ"

“อัล คาโปน” (Al Capone) เป็นชาวสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นนักเลงโตในยุคประเวณีเฟื่องฟู และก่อให้เกิดองค์กรอาชญากรรมชื่อ “ก๊วนชิคาโก” (Chicago Outfit) หรือภายหลังเป็นที่รู้จักในชื่อ “พวกคาโปน” (Capones)

ซึ่งอุทิศตนให้แก่ การขนของเถื่อนและค้าสุราเถื่อน รวมถึงกิจกรรมนอกรีตอย่างอื่น เช่น การค้าประเวณี ในเมืองชิคาโกระหว่างต้นทศวรรษที่ 1920 ถึงปี 1931

"มาเฟีย" ที่โหดที่สุดในโลก โชคดีประเทศเราไม่มี ลั่น!! "คนจริงเขาไม่พูดเยอะ"

“อัล คาโปน” เขาเป็นทั้งนักธุรกิจ หัวหน้าแก๊งค์อันธพาล ช่วงทศวรรษที่ 20-30 ในช่วงที่วายร้ายป่วนเมืองทั่วอเมริกา และเขาเคยเป็นผู้ที่ทำให้ FBI ต้องปวดหัวอย่างมาก แม้ว่า “อัล คาโปน” จะมีประวัติอาชญากรรมหนากว่าพันหน้าแต่ก็เอาผิดเขาไม่ได้เลย

จากลูกช่างตัดผมสู่ เจ้าพ่อที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา “อัล คาโปน” มีชื่อจริงว่า “อัลฟองเซ่ คาโปเน” (Alphonse Gabriel) เกิดใน ค.ศ. 1899 ในบรูนิค นิวยอร์ค เป็นบุตรคนที่ 4 ของครอบครัวอพยพชาวอิตาลี

"มาเฟีย" ที่โหดที่สุดในโลก โชคดีประเทศเราไม่มี ลั่น!! "คนจริงเขาไม่พูดเยอะ"

หัวหน้าครอบครัวชื่อ “กาเบรียล คาโปเน” ที่อพยพมาหากินในอเมริกาตั้งแต่ปี 1894 โดยหอบลูกเมียมาอยู่ด้วย ด้านการกินอยู่ของครอบครัวของ “อัล คาโปน” ก็เหมือนกับครอบครัวอพยพทั่วๆ ไปแหละ พ่อทำงานหนักเพื่อเลี้ยงครอบครัว อยากให้ลูกมีอนาคต จึงเลี้ยงลูกให้มีระเบียบวินัย แต่กระนั้นก็ปล่อยลูกเที่ยวเล่นเป็นบางครั้งเพราะมั่วแต่ทำงานทำให้

“อัล คาโปน” ล้มเลิกการเรียนหนังสือ ในขณะที่เรียนได้เกรด 6 เพื่อ ช่วยงานหาเงินในครอบครัว แต่เพราะความจนทำให้ “อัล คาโปน” ต้องอยู่ในวงจรแก๊งนักเลง ฉกชิงวิ่งราว ข้างถนน และด้วยความที่เขาฝีมือดี เและเอาตัวรอดเก่ง ทำให้ได้รับการชักชวนจากแก๊งของเจ้าพ่อ “จอห์นนี ทอร์ริโอ”

"มาเฟีย" ที่โหดที่สุดในโลก โชคดีประเทศเราไม่มี ลั่น!! "คนจริงเขาไม่พูดเยอะ"

จาก นิวยอร์ค บรูคลิน สู่ชิคาโก จอห์นนี ทอร์ริโอที่คิดว่าตัวเองเหมือนซีซาร์ ยังขยายอำนาจไปทั่ว จนอาณาเขตมาเฟียของเขาใหญ่มาก แต่กระนั้นในช่วงปั้นปลาย “ทอร์ริโอ” เริ่มวางมือและกลับไปใช้ชีวิตตามประสาคนแก่ที่บ้านเกิดที่อิตาลี

“ทอร์ริโอ” เลยให้อำนาจทั้งหมดแก่ “อัล คาโปน” ดูแล และ “อัล คาโปน” ก็ไม่ให้สมาชิกแก๊งผิดหวัง พร้อมเปิดโครงการใหม่ๆ เช่น การพนัน การแข่งม้า และที่สำคัญท้าทายอำนายรัฐคือ ธุรกิจเหล้าเถื่อน

"มาเฟีย" ที่โหดที่สุดในโลก โชคดีประเทศเราไม่มี ลั่น!! "คนจริงเขาไม่พูดเยอะ"

ซึ่งกฎหมายอเมริกาในช่วงนั้นคุมเข้มเรื่องการลับลอบนำเข้าเหล้าเถื่อนข้าม เขตแดนมาก ซึ่งกฎหมายนี้ทำให้สุราขาดตลาด “อัล คาโปน” เห็นจุดหากำไรนี้เลยเริ่มเปิดโครงการ แต่ด้วยโครงการนี้เป็นโครงการสร้างกำไรมหาศาลทำให้แก๊งของ “อัล คาโปน” ต้องเปิดศึกสาดกระสุนจากแก๊งอื่นๆ อยู่บ่อยครั้ง

แม้ “อัล คาโปน” จะเป็นมาเฟีย แต่ “อัล คาโปน” ยังมีนิสัยน่ารักอยู่สองอย่างคือ เขารักเพื่อนพ้องและผู้มีพระคุณมาก ขนาดยอมตายแทนได้ และเขาจะไม่สังหารเด็ก และผู้หญิงของแก๊งคู่อริโดยเด็ดขาด (อันนี้เป็นกฎประจำแก๊งมาเฟียทั่วไปใน ชิคาโก)

"มาเฟีย" ที่โหดที่สุดในโลก โชคดีประเทศเราไม่มี ลั่น!! "คนจริงเขาไม่พูดเยอะ"

แม้เป็นมิจฉาชีพ แต่คาโปนกลับสามารถลอยหน้าลอยตาอยู่ในที่สาธารณะ ทั้งเขายังอาศัยเงินทองที่ได้จากการกระทำผิดกฎหมายนั้นมาทำบุญ จึงมีผู้หลายคนเรียกเขาว่า “โรบิน ฮูด ยุคใหม่”

อย่างไรก็ดี ในปี 1929 เกิดการสังหารหมู่ในวันวาเลนไทน์ สมาชิก 7 คนของกลุ่มคู่แข่งถูกฆ่า และคาโปนถูกหาว่า มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ดังกล่าว ชื่อเสียงของเขาก็เริ่มเน่าเสีย

"มาเฟีย" ที่โหดที่สุดในโลก โชคดีประเทศเราไม่มี ลั่น!! "คนจริงเขาไม่พูดเยอะ"

ในปี 1931 คาโปนถูกจับ และถูกศาลส่วนกลางพิพากษาว่า มีความผิดฐานเลี่ยงภาษี แล้วถูกจำคุกอยู่ในส่วนกลาง จนปี 1939 เขาจึงได้รับการปล่อยตัวโดยมีการคุมประพฤติ ในบั้นปลายชีวิต (ติดคุกแค่ 1931-1939)

สุขภาพทั้งทางกายและใจของเขาย่ำแย่อย่างหนักเพราะไขสันหลังเสื่อมมาตั้งแต่เด็ก เขาจึงเสียชีวิตเพราะหัวใจหยุดเต้นหลังหน้ามืดกะทันหันในวันที่ 25 มกราคม 1947 เรื่องราวของเขาถูกนำมาทำภาพยนตร์เรื่อง “The Untouchables เจ้าพ่ออัลคาโปน”

"มาเฟีย" ที่โหดที่สุดในโลก โชคดีประเทศเราไม่มี ลั่น!! "คนจริงเขาไม่พูดเยอะ"

ที่มา: Partiharn