หลายคนไม่เคยรู้!! “เป้ย ปานวาด” เผยเรื่องที่เกิดกับตัวเองตอนนี้ เป็นมานานมาก “ต้องเข้มแข็งเพื่อลูก”

 

เป็นอีกหนึ่งดาราคุณแม่สุดสตรองและหลายคนรู้จักเธอคนนี้เป็นอย่างดี สำหรับ “เป้ย ปานวาด”  หลังจากเกิดกระแสดราม่าขึ้นระหว่างท้อง จนต้องแอดมิทโรงพยาบาล

กระทั่งถึงวันที่ “น้องปาลิน” ได้ออกมาดูโลกที่แสนอบอุ่น ที่มีคุณพ่อ คุณแม่ พร้อมหน้า แถมยังมีพี่ชาย สุดหล่ออยู่เคียงข้างไม่ไปไหน

หลายคนไม่เคยรู้

ตอนนี้ชีวิตครอบครัวของสาวเป้ย จะมีความสุขและลงตัวมากขึ้น หลังจากมีน้องปาลินมาเติมเต็ม และหลังจากที่คุณสามีหลังจากที่ออกจากราชการ มาทำธุรกิจนั้น ก็ทำให้เขามีเวลาจะช่วยดูแลน้องโปรดตามประสาผู้ชาย มีไปรับไปส่งที่โรงเรียนด้วย ช่วยกันดูแลลูก ส่วนเรื่องมือที่สามนั้น เรื่องมันผ่านไปนานแล้ว ตอนนี้ครอบครัวแฮปปี้แล้ว

อ่านเพิ่มเติม: หมดสภาพ “เป้ย ปานวาด” โดนแอบถ่าย หลังเลี้ยงลูกจนหลับ นี่แหละวิถีแม่ลูกอ่อน

หลายคนไม่เคยรู้

ล่าสุด “เป้ย ปานวาด” ก็ได้เปิดใจถึงเรื่องราวหลังคลอดน้องปาลิน ว่าตนเองนั้นเป็น ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด หรือที่มักเรียกกันว่า “เบบี้บลู” หรือ “มาม่าบลู” โดยเธอเล่าว่า “เป้ยเป็นมาม่าบลูมาเดือนกว่าๆ แล้วค่ะ แล้วตอนนี้ก็ยังไม่หาย หลายๆ คนส่งข้อความมาหาเป้ยหลังจากที่ทราบว่าเป้ยเป็นมาม่าบลู ว่าทำไมเหมือนไม่เป็นอะไรและฟื้นตัวเร็วมาก

หลายคนไม่เคยรู้

อาจจะเป็นเพราะเป้ยเคยเป็นตั้งแต่ท้องแรกแล้วก็ได้ พอมาท้องนี้มีอาการปุ๊บ เป้ยเลยรู้ตัวเร็วว่ากำลังจะเป็นอีก และก็ทำให้เป้ยพอที่จะรู้ว่าจะรับมือกับมันยังไง มันรู้สึกว่าแย่มากกว่าจะผ่านไปแต่ละวัน แต่ก็ต้องสู้กับมันค่ะ เพราะเป้ยมีลูกอีกคนที่ต้องดูแลด้วย เป้ยจะไม่ปล่อยให้ฮอร์โมนมาทำให้เป้ยไม่สามารถเลี้ยงลูก 2 คนไม่ได้ การพาโปรดออกมาข้างนอกทำกิจกรรมด้วยกัน ก็จะทำให้ลืมภาวะซึมเศร้าช่วงนั้นไปได้

หลายคนไม่เคยรู้

หากิจกรรมทำบ่อยๆ คิดเรื่องสนุกๆ คุยเรื่องงานก็พอจะช่วยเป้ยได้ มันก็ยากนะคะ แต่อย่างที่บอกต้องมีเป้าหมายและมีแรงใจค่ะ เป้ยขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ทุกๆคนที่ประสบเหตุการณ์แบบเดียวกับเป้ยอยู่นะคะ ถ้าถามว่าเป้ยเป็นหนักขนาดไหน ก็ถึงขนาดกินน้ำอุ่นยังน้ำตาไหลได้เลยค่ะ

หลายคนไม่เคยรู้

หลายคนไม่เคยรู้

หลายคนไม่เคยรู้

หลายคนไม่เคยรู้

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด หรือ อาการซึมเศร้าหลังคลอด หรือ อารมณ์เศร้าหลังคลอด (Postpartum blues, Maternity blues) เป็นกลุ่มที่พบได้บ่อยที่สุดของคุณแม่ที่มีอาการซึมเศร้าหลังคลอด คือประมาณ 50-70% โดยคุณแม่จะมีอาการซึมเศร้าเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ฮอร์โมนที่ลดระดับลงอย่างรวดเร็วจนตรวจไม่พบในกระแสเลือด เชื่อว่าอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณแม่เกิดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดได้ อารมณ์เศร้าของแต่ละคนจะมีความรุนแรงแตกต่างกันออกไป แต่ส่วนใหญ่มักจะปรากฏให้เห็นในช่วง 2-5 วันแรกหลังคลอด (ภาวะซึมเศร้ามักจะเกิดขึ้นภายใน 2 สัปดาห์แรกหลังคลอด หลังจากนั้นอาจจะพบได้บ้างประปราย บางทีอาจจะพบหลังคลอดไปแล้วหลาย ๆ เดือนก็ได้ ซึ่งสาเหตุก็เนื่องมาจากสภาพแวดล้อม คนรอบข้าง และปัญหาต่าง ๆ ที่คุณแม่ยังแก้ไม่ตก) และจะเป็นอยู่นานประมาณ 7-10 วัน แต่ไม่เกิน 2 สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่พบว่าคุณแม่จะมีอารมณ์เศร้าหลังคลอดใหม่ ๆ โดยคุณแม่อาจจะรู้สึกสับสนแปรปรวน มีอารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย หงุดหงิดง่าย วิตกกังวล จิตใจอ่อนไหว นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย เบื่ออาหารแต่ไม่ถึงกับกินอะไรไม่ได้เลย มีอาการเศร้า เหงา และอาจถึงกับร้องไห้ออกมาโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งอาการเหล่านี้จะมีมากขึ้นหากคุณแม่ต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกน้อยเพียงลำพัง

ในช่วงหลังคลอดใหม่ ๆ คุณแม่จะมีความสุขที่ได้อยู่เคียงข้างกับลูกน้อย แต่ไม่นานต่อมากลับพบว่าตนเองรู้สึกเศร้าสร้อย สับสน และเป็นห่วงเป็นกังวลเรื่องการทำหน้าที่แม่ เพราะกลัวว่าจะเลี้ยงลูกไม่ได้บ้าง หรือกลัวว่าจะเลี้ยงได้ไม่ดีบ้าง คุณแม่ควรใจเย็น ๆ ให้เวลากับตนเองสักนิด เพราะการเป็นแม่ที่ดีนั้นต้องอดทนเรียนรู้ และต้องอาศัยทั้งเวลาและความตั้งใจ เพราะไม่มีสิ่งใดที่จะเนรมิตให้เป็นยอดคุณแม่ได้ในทันที การที่คุณแม่และคุณพ่อได้เรียนรู้ว่าภาวะซึมเศร้าหลังคลอดนั้นเกิดจากอะไรได้บ้าง พยายามทำความเข้าใจ และหาทางแก้ปัญหาหรือเตรียมการไว้ตั้งแต่ก่อนคลอด พอหลังคลอดแล้วคุณแม่ก็จะเอาชนะมันได้ ทำให้คุณแม่มีกำลังใจ มีอารมณ์ร่าเริงแจ่มใส และสนุกสนานกับการเลี้ยงดูลูกน้อย

แนวทางการรักษา : ควรดูแลในเรื่องของการปรับสภาพจิตใจเป็นหลัก (ดูในหัวข้อ “วิธีรักษาอาการซึมเศร้าหลังคลอด” ด้านล่าง) เช่น การให้กำลังใจ คอยช่วยเหลือเป็นห่วงเป็นใย ฯลฯ เพียงแค่นี้อาการก็จะดีขึ้นเอง

โรคซึมเศร้าหลังคลอด

โรคซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum depression) เป็นกลุ่มที่พบได้ประมาณ 10-15% ของคุณแม่ที่มีอาการซึมเศร้าทั้งหมด เป็นอาการต่อเนื่องจากภาวะซึมเศร้าแบบแรก คือถ้ามีภาวะซึมเศร้าหลังคลอดเกิน 2 สัปดาห์เมื่อไหร่ก็จะถือว่าเป็นโรคซึมเศร้าหลังคลอดแล้ว โดยจะเริ่มเป็นตั้งแต่ในช่วง 2 สัปดาห์หลังคลอดขึ้นไป (อาจเป็นเมื่อลูกมีอายุได้ประมาณ 4-6 สัปดาห์ หรือไม่ก็หลังจากลูกมีอายุหลายเดือนแล้วก็ได้) และอาจจะคงเป็นอยู่ไปประมาณ 4 สัปดาห์ (ไม่เกิน 1 เดือน) อาการโดยรวมจะเหมือนกับกลุ่มแรกทั้งหมด แต่จะมีระดับความรุนแรงมากขึ้นมาอยู่ในระดับปานกลาง และหลาย ๆ อาการจะเริ่มรบกวนชีวิตประจำวันของคุณแม่ เช่น ไม่กิน ไม่ลุกออกจากเตียง เอาแต่นอนร้องไห้ จนเลี้ยงลูกไม่ได้ ต้องมีคนเข้ามาช่วยเลี้ยงลูก ฯลฯ (แต่กลุ่มนี้จะยังไม่ถึงกับหลุดไปจากโลกแห่งความเป็นจริง คือจะไม่ทำร้ายลูกหรือทำร้ายตัวเอง แม้ว่าอาจจะมีความคิดดังกล่าวก็ตาม)

โรคซึมเศร้าหลังคลอดนี้เป็นโรคที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน แล้วอาการของโรคจะหายไปได้ในไม่ช้า เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้จะซับซ้อนและต้องดูแลรักษานานขึ้นและยากขึ้น โดยคุณแม่แต่ละคนจะมีอาการของโรคซึมเศร้าหลังคลอดหลายอย่างและแตกต่างกันออกไป แต่โดยทั่วไปจะมีอาการซึมเศร้า รู้สึกสิ้นหวังท้อแท้ คิดว่าชีวิตของตนนั้นไร้ค่า เครียด กังวล เบื่อหน่าย รู้สึกเบื่ออาหาร เหนื่อยง่าย นอนไม่หลับหรือนอนทั้งวัน ขาดสมาธิ มักรู้สึกว่าตัวเองผิด ความคิดหมกมุ่นสับสน และไม่สนใจตัวเองและเพศตรงข้าม ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขด้วยการปลอบโยนและให้กำลังใจ ตลอดจนการช่วยเหลือที่ถูกต้อง อาการจะรุนแรงมากขึ้นจนกลายเป็น “โรคจิตหลังคลอด”

สาเหตุของการเกิดโรคซึมเศร้า : ในปัจจุบันเรายังไม่ทราบสาเหตุของโรคซึมเศร้าหลังคลอดที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าสาเหตุหลัก ๆ น่าจะเกิดจากการสั่งการของสมองและการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย แต่ในบางกรณีอาจเกิดจากปัญหาและสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันที่คุณแม่อาจรับมือไม่ไหวก็เป็นได้ เช่น

● มีประวัติเคยเป็นโรคซึมเศร้าหรือวิตกกังวล หรือเคยมีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นในชีวิต เช่น เคยถูกกระทำทารุณ หย่าร้าง หรือการเสียชีวิต รวมถึงการมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในระหว่างการตั้งครรภ์หรือในระหว่างการคลอด เช่น ลูกคลอดก่อนกำหนดและไม่แข็งแรง
● ครอบครัวมีปัญหาทางด้านการเงิน มีระยะเวลาในการลาคลอดที่สั้น ต้องรีบกลับไปทำงาน หรือคู่สมรสขาดความเห็นอกเห็นใจหรือนอกใจ
● คุณแม่ไม่สามารถให้นมบุตรได้ หรือน้ำนมไม่ไหล
● ลูกเลี้ยงยากหรือมักงอแงโดยไม่มีเหตุผล หรือต้องเลี้ยงลูกเองตามลำพังโดยสามีและครอบครัวไม่ให้ความช่วยเหลือเท่าที่ควร

สัญญาณบ่งชี้ถึงโรคซึมเศร้าหลังคลอด มีดังต่อไปนี้ (คุณแม่ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าหลังคลอดอาจมีบางอาการเหล่านี้หรือมีอาการทั้งหมดก็ได้)

● มีอารมณ์แปรปรวนหรือมักหงุดหงิดได้ง่าย รู้สึกเศร้า วิตกกังวล ไม่มีความสุข รู้สึกไร้ที่พึ่ง สิ้นหวัง โดดเดี่ยว หวาดกลัว เบื่ออาหาร เหนื่อยล้า หรือมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของลูกน้อย
● มีอาการนอนไม่หลับ หรือเป็นโรคนอนไม่หลับ
● รู้สึกว่าตนเองเป็นแม่ที่ไม่ดีพอเท่าที่ควร ขาดความสนใจหรือมีความวิตกกังวลเป็นอย่างมากเกี่ยวกับการดูแลลูกน้อย
● มีอาการปวดหรือปวดศีรษะเรื้อรัง
● มีความคิดว่าจะทำร้ายลูกหรือทำร้ายตัวเอง

แนวทางการรักษาโรคซึมเศร้าหลังคลอด :

● สำหรับการบำบัดรักษาโรคซึมเศร้านั้น สามารถรักษาด้วยยาและการเอาใจใส่ดูแลจากคนรู้ใจอย่างใกล้ชิด (ดูในหัวข้อ “วิธีรักษาอาการซึมเศร้าหลังคลอด” ด้านล่าง) ก็คือคุณพ่อและญาติสนิททั้งหลายที่จะเป็นยาขนานเอกของคุณแม่ ส่วนยาที่คุณหมอให้คุณแม่รับประทานนั้นแม้ว่าจะช่วยให้อาการดีขึ้นก็จริง แต่ยาบางตัวก็อาจมีผลข้างเคียงได้ เช่น ง่วงซึม ปากแห้งและมึนงง ถ้าคุณแม่คิดว่าทนอาการแพ้ยาไม่ไหวก็ควรปรึกษาหมอเพื่อเปลี่ยนยาที่ใช้ ถ้าภาวะซึมเศร้ามีอาการรุนแรงในช่วงก่อนมีประจำเดือน คุณแม่ควรบอกให้หมอทราบด้วย เพื่อที่หมอจะได้สั่งยาบางอย่างเพิ่มเติมให้ เช่น ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพื่อป้องกันอาการรุนแรงก่อนมีประจำเดือน และที่สำคัญคุณแม่จะต้องดูแลตนเองและรับประทานยาที่หมอสั่งอย่างต่อเนื่อง พักผ่อนให้มาก ไม่ควรอดอาหารเพื่อลดน้ำหนักในเวลานี้ เพราะจะยิ่งทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย พยายามทำตัวให้ผ่อนคลาย และระบายความรู้สึกเมื่ออึดอัดคับข้องใจ ซึ่งวิธีเหล่านี้จะช่วยทำให้คุณแม่สบายใจและช่วยให้มีอาการดีขึ้นได้

● ถ้ามีอาการนอนไม่หลับหรือกินอาหารไม่ได้จนร่างกายอ่อนเพลียมาก คุณแม่อาจต้องนอนพักในโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือ ให้สารอาหารบำรุงร่างกายเพื่อไม่ให้ร่างกายทรุดโทรมลงไปมากกว่าเดิม

ที่มา: @Ppanward