เงาวับใสกิ๊ก!! เคล็ดลับล้าง “ทองคำ” ง่ายๆ สวยเหมือนใหม่ ด้วยของใช้ในบ้าน

 

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ของคนรัก “เครื่องประดับทอง” เรียกได้ว่า “เครื่องประดับทอง” ของเราเวลาโดนเหงื่อโดนมลพิษต่างๆ ทำให้เกิดอาการหมองลงได้

เงาวับใสกิ๊ก!! เคล็ดลับล้าง

แน่นอนว่าพอเวลา “เครื่องประดับทอง” ของเราหมองก็ไม่อยากจะใส่แล้วใช่ไหม วันนี้เราเลยมาน้ำเสนอวิธีทำความสะอาด “เครื่องประดับทอง” อย่างง่ายๆ หาของใช้ได้ตามครัวเรือน รับรองจากหมองๆ กลับมาใสกิ๊กเหมือนเดิม

1.ต้มในน้ำเดือด

ถ้าคุณต้องการทำความสะอาดเครื่องประดับที่มีคราบมันแค่ต้มในน้ำเดือด ใส่น้ำให้ท่วมเครื่องประดับ พวกน้ำมันจะลอยขึ้นมาเหนือผิวน้ำ

เงาวับใสกิ๊ก!! เคล็ดลับล้าง

2. น้ำยาล้างจาน

เงาวับใสกิ๊ก!! เคล็ดลับล้าง

– ใส่น้ำยาล้างจานเล็กน้อยลงในถ้วยน้ำอุ่น ผสมให้เข้ากัน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้นสามารถใช้น้ำแร่หรือน้ำโซดาแทนได้ ฟองแก๊สทำให้คราบหลุดออกได้ดีขึ้น
– แช่เครื่องประดับทองในส่วนผสม 15 นาที

เงาวับใสกิ๊ก!! เคล็ดลับล้าง

– ขัดเครื่องประดับเบาๆด้วยแปรงสีฟันขนนิ่มๆ ขนแข็งๆอาจทำให้เครื่องประดับเป็นรอยได้ จะให้ดีที่สุดควรใช้แปรงสำหรับเครื่องประดับโดยเฉพาะ ถ้าไม่มีแปรงปัดคิ้วก็สามารถใช้ได้
– ล้างเครื่องประดับด้วยน้ำสะอาด
– เช็ดให้แห้งด้วยผ้านิ่ม

เงาวับใสกิ๊ก!! เคล็ดลับล้าง

3.ยาสีฟัน

เงาวับใสกิ๊ก!! เคล็ดลับล้าง

– ใช้วิธีนี้กับเครื่องประดับทองที่คุณใช้เป็นประจำ
– ใช้แปรงสีฟันเก่าและยาสีฟันขจัดคราบ ป้ายยาสีฟันใส่ผ้า หรือ เครื่องประดับโดยตรง ขัดเบาๆด้วยมือ จะทำให้เครื่องประดับของคุณเงางามยิ่งขึ้น
– ล้างด้วยน้ำสะอาด

เงาวับใสกิ๊ก!! เคล็ดลับล้าง

4. แอมโอมเนีย

เงาวับใสกิ๊ก!! เคล็ดลับล้าง

– ไม่ควรใช้วิธีนี้บ่อย วิธีนี้ใช้ได้ผลดี แต่ถ้าทำบ่อยๆ อาจจะทำให้ทองถูกทำลาย สีซีดได้
– ผสมแอมโมเนีย 1 ส่วนต่อน้ำ 6 ส่วน

เงาวับใสกิ๊ก!! เคล็ดลับล้าง

– แช่เครื่องประดับลงไปไม่เกิน 60 วินาที ใช้ที่กรองอันเล็กๆเพื่อช่วยเอาขึ้นจากน้ำยาแอมโมเนียเร็วยิ่งขึ้น
– ล้างเครื่องประดับทันที ให้น้ำก็อกไหลผ่าน จนกว่าจะแน่ใจว่าสะอาดจริงๆ
– เช็ดเครื่องประดับทองให้แห้งด้วยผ้านิ่ม

เงาวับใสกิ๊ก!! เคล็ดลับล้าง

เป็นยังไงกันบ้าง ถ้าใครอยากให้เครื่องประดับทอง ของเราสวยเหมือนใหม่ไม่หมองอยู่เสมอ ลองทำตามกันดูนะจ๊ะ อยากทำวิธีไหนตามความสะดวกของเราได้เลย ของที่ใช้ทำความสะอาดก็หาได้ง่ายๆ เชื่อเลยว่าทุกบ้านต้องมีแน่นอน หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนจ้า

ที่มา: Thaifoodinfrance