สุดสะเทือนใจ คุณครูสาวไปเยี่ยมบ้านนักเรียน ได้เห็นฉากหลังชีวิตที่ต้องสู้

สุดสะเทือนใจ คุณครูสาวไปเยี่ยมบ้านนักเรียน ได้เห็นฉากหลังชีวิตที่ต้องสู้

 

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าประทับใจและสะเทือนใจอย่างมาก เมื่อครูสาวได้เล่าเรื่องราวหลังจากที่ได้ไปส่ง เด็กชายตะวัน ที่บ้าน ที่สวนปราง ต.คลองสระ เวลาประมาณ 4 โมงเย็น

ซึ่งหลังจากที่ไปเยี่ยมบ้านของเด็กทั้ง 5 คนแล้ว ก็ได้เดินทางไปเยี่มบ้านของเด็กชายตะวันผู้นำทาง จึงได้เห็นสภาพทางเข้าบ้านรวมถึงวิถีชีวิตที่น่าสงสารเลยออกมาเผยบทสนทนาที่ได้พูดคุยกับพ่อแม่และเด็กชายตะวันประมาณว่า…

สุดสะเทือนใจ คุณครูสาวไปเยี่ยมบ้านนักเรียน ได้เห็นฉากหลังชีวิตที่ต้องสู้

ครูเมย์ : บ้านตะวันอยู่ใกล้ไม่ค่ะ คำแรกที่ครู ผู้หญิง 2 คน กับรถเก๋งโหลดต่ำคู่ใจถาม

ตะวัน : ครูครับ เดี๋ยวครูส่งผมที่ถนนราดปูนก็พอ รถครูต่ำมันขึ้นไม่ได้แน่ ถนนก็ลำบาก ขึ้นควนลงควนเลยครู ไกลอีก

ครูเจิน : แล้วตะวันอยู่กับใคร

ตะวัน : พ่อกับแม่ครับ

สุดสะเทือนใจ คุณครูสาวไปเยี่ยมบ้านนักเรียน ได้เห็นฉากหลังชีวิตที่ต้องสู้

ครูเมย์ : พ่อกับแม่ทำงานอะไร แล้วทำไมมาอยู่ในหุบเขาแบบนี้

ตะวัน : พ่อกับแม่รับจ้างครับ มาอยู่บนนี้ไม่มีค่าเช่าบ้าน แต่ไม่มีไฟใช้ครับครู

ครูเมย์ : ไฟเข้าไม่ถึงเหรอ

สุดสะเทือนใจ คุณครูสาวไปเยี่ยมบ้านนักเรียน ได้เห็นฉากหลังชีวิตที่ต้องสู้

ตะวัน : คนก่อนที่มาอยู่ เขาไม่จ่ายค่าไฟครับ เขาบอกแม่ว่าถ้าอยากใช้ไฟ ต้องเอาตังค์ไปจ่ายเกือบ 2,000 ครับ

ครูเมย์และครูเจิน : เงียบกันไปพักหนึ่ง และเมื่อเราทั้ง 2 คน ตัดสินใจกันแล้วว่าไกลแค่ไหนต้องไปให้ถึง ให้เห็นกับตา ถึงจะลำบากก็ไม่กลัว

ตะวัน : ถึงแล้วครับบ้านผม

ครูเมย์ : สองข้างทางมีแค่ป่ากับภูเขา ไม่เห็นบ้านสักหลัง ฝนก็เริ่มตกหนัก

ตะวัน : รถลงไม่ได้ครับ ต้องเดินเข้าไป บ้านไม่มีไฟ ครูกลับก่อนก็ได้ ไม่เป็นไรครับ

ครูเจิน : ไปมาแล้วต้องไปให้ถึง เราสองคนเดินเท้าลงไป ลงเขา ขึ้นเขาทางลาดชัน ฝนตกโปรยๆ ต้องหลบหลีกทางที่ลื่นไหลจนถึงบ้านตะวัน

สุดสะเทือนใจ คุณครูสาวไปเยี่ยมบ้านนักเรียน ได้เห็นฉากหลังชีวิตที่ต้องสู้

ครูเจิน : ไม่มีใครอยู่เลยไปไหนกันหมด ขณะนั้นเวลา 18.20 น.

ครูเมย์ : ทำไมแม่ไม่หาบ้านเช่าแถวๆ โรงเรียนละตะวัน

ตะวัน : หาแล้วครับ 3 วันแล้ว ไม่มีบ้านว่างเลย ที่มีก็เดือนละ 2,000-3,000 บางวันแม่มีไม่ถึงร้อยครับครู

ครูเมย์ : ตั้งใจเรียนนะตะวัน สักวันเราต้องมีในสิ่งที่เราไม่เคยมี เห้อ เด็กที่ตั้งใจเรียนหนังสือ โตขึ้นจะได้มีงานดีดีทำนะ

ตะวัน : ก่อนเปิดเทอมแม่พาผมไปซื้อรองเท้ามีตังค์ไปไม่พอเห็นราคาแล้วก็แค่กลับบ้านครับ พูดพร้อมปล่อยโฮ เล่าเหตุการณ์ที่เจอออกมาด้วยความหดหู่ใจ

สุดสะเทือนใจ คุณครูสาวไปเยี่ยมบ้านนักเรียน ได้เห็นฉากหลังชีวิตที่ต้องสู้

ครูเมย์ : ได้เงินมาโรงเรียนวันละเท่าไหร่ตะวัน

ตะวัน : 30-40 บาทครับครู บางวันก็

ครูเมย์ : วันไหนไม่มีตังค์กินขนมมาเอาจากครูนะ

ครูเจิน : เราไปรอแม่ที่รถครูดีกว่า น่าจะปลอดภัยด้วย

18.50 น. พ่อแม่ของตะวันกลับมาจากไปรับจ้างขึ้นตัดสะตอ ขับรถสวนทางกัน ความมีน้ำใจของพ่อส่งสะตอให้ครู พร้อมกับยิ้มแล้วบอกว่า ขอบคุณครับที่มาส่งตะวัน

สุดสะเทือนใจ คุณครูสาวไปเยี่ยมบ้านนักเรียน ได้เห็นฉากหลังชีวิตที่ต้องสู้

เรื่องราวเหล่านี้สอนให้เรารู้ว่าเราเลือกเกิดไม่ได้แต่สิ่งที่จะทำให้เราก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้นั่น คือ โอกาส

โอกาสแรกที่ได้รับคือการเลี้ยงดู และส่งให้เรียนหนังสือจากผู้เป็นพ่อและแม่

สุดสะเทือนใจ คุณครูสาวไปเยี่ยมบ้านนักเรียน ได้เห็นฉากหลังชีวิตที่ต้องสู้

โอกาสที่สองคือ ครูผู้เปรียบเสมือนพ่อแม่คนที่สองที่คอยให้ความรู้ สอนเรียน เขียน อ่าน ด้านการศึกษา

ส่วนโอกาสที่สาม มาจากความมานะ พยายามของเด็กชายตะวันผู้ซึ่งเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้

สุดสะเทือนใจ คุณครูสาวไปเยี่ยมบ้านนักเรียน ได้เห็นฉากหลังชีวิตที่ต้องสู้

ทั้งนี้เป็นกำลังใจให้กับเด็กชายตะวัน ด้วยนะคะ ขอให้หนูเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน โตมาจะมีเงินซื้อของอย่างที่หนูตั้งใจไว้

สุดสะเทือนใจ คุณครูสาวไปเยี่ยมบ้านนักเรียน ได้เห็นฉากหลังชีวิตที่ต้องสู้

ที่มา: ภิญญดา หิมวรรณวงษ์

error: Content is protected !!