แม่เด็กฟังไว้ ทนายดังไขความกระจ่าง ฟ้องเรียกค่าเสียหายพลเมืองดี งานนี้อาจเข้าตัว

แม่เด็กฟังไว้ ทนายดังไขความกระจ่าง ฟ้องเรียกค่าเสียหายพลเมืองดี งานนี้อาจเข้าตัว

 

จากกรณีที่มีเด็กติดอยู่ในรถยนต์ บริเวณหลังตลาดกิมหยง เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ เป็นรถเก๋งเอ็มจี สีขาว ภายในมีเด็กหญิงอายุประมาณ 1 ขวบ นั่งอยู่บนเก้าอี้เด็กตรงเบาะหลัง โดยแม่ของเด็กไม่ยอมทุบกระจก และสั่งปลดล็อกระยะไกล ซึ่งมีการโวยวายและมีเอาเรื่องคนที่เข้าไปช่วย เพราะทำให้รถมีรอยขูดขีด ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

อ่านเพิ่มเติม: ชาวบ้านช่วยหนูน้อย 1 ขวบ ติดในรถ! แม่ลั่นเอาเรื่องชาวบ้าน เพราะรถเป็นรอย (มีคลิป)

แม่เด็กฟังไว้ ทนายดังไขความกระจ่าง ฟ้องเรียกค่าเสียหายพลเมืองดี งานนี้อาจเข้าตัว

ต่อมามีสาวพลเมืองดี หรือ พี่หนาย ที่เข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งสามีเปิดร้านทำกุญแจ ชื่อร้านสันติทำกุญแจ อยู่แถวปากซอย 17 ราษฎร์อุทิศ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งพี่หนาย เปิดเผยว่า ตนก็รู้สึกงงมาก พยายามช่วย แต่กลับถูกเจ้าของรถให้ชดใช้ค่าเสียหาย

แม่เด็กฟังไว้ ทนายดังไขความกระจ่าง ฟ้องเรียกค่าเสียหายพลเมืองดี งานนี้อาจเข้าตัว

เธอเล่าว่า หลังเกิดเหตุหญิงสาวคนนี้ก็ได้โทรศัพท์มาหาจริง โดยสามีของพี่หนาย เป็นคนรับสาย เนื่องจากเบอร์ที่ให้ไปเป็นเบอร์ของสามี ซึ่งสามีของพี่ก็รู้จักสามีของหญิงสาวคนนี้ดี เพราะเป็นช่างทำกุญแจอยู่ที่กรุงเทพฯ และได้บอกหญิงสาวคนนี้ไปว่า

แม่เด็กฟังไว้ ทนายดังไขความกระจ่าง ฟ้องเรียกค่าเสียหายพลเมืองดี งานนี้อาจเข้าตัว

จะเอาอะไรอีก เพราะช่วยอย่างเต็มที่แล้ว หากต้องการให้ชดใช้ค่าเสียหายก็ให้โทรมาคุย จากนั้นผู้หญิงคนนี้ก็วางสายไป หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการติดต่อกลับมาอีก หลังจากนี้ก็ไม่รู้ว่าจะต้องชดใช้ค่าเสียหายหรือไม่เพราะฝ่ายนั้นยังเงียบอยู่

อ่านเพิ่มเติม: เปิดใจ “พี่หนาย” พลเมืองดีช่วยเด็กติดรถ โดนแม่โวยใส่รถเป็นรอย ให้ชดใช้ค่าเสียหาย

แม่เด็กฟังไว้ ทนายดังไขความกระจ่าง ฟ้องเรียกค่าเสียหายพลเมืองดี งานนี้อาจเข้าตัว

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ทางด้านทนายคนดังได้อย่าง ทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้พูดถึงกรณีนี้ว่า “จากวิเคราะห์ความรู้ทางกฎหมายจากกรณีดังกล่าว ว่า การที่เด็กติดอยู่ในรถเพราะความประมาทของตัวเองแล้วมีคนไปช่วยลูก แทนที่จะสำนึกบุญคุณเขากลับคิดจะเอาเรื่อง แบบนี้ใครอยากจะช่วย แต่ถึงแม้รถคุณจะเสียหายแค่ไหน ผู้ที่เข้าไปช่วยเด็กก็ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญา แม้แต่สลึงเดียว

แม่เด็กฟังไว้ ทนายดังไขความกระจ่าง ฟ้องเรียกค่าเสียหายพลเมืองดี งานนี้อาจเข้าตัว

ทั้งนี้ทางอาญา ผู้กระทำก็ไม่ต้องรับโทษฐานทำให้เสียทรัพย์ เพราะเป็นการกระทำด้วยความจำเป็น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 67 ที่บัญญัติว่า ผู้ใดกระทำความผิดด้วยความจำเป็น ข้อที่ 1 เพราะอยู่ในที่บังคับ หรือภายใต้อำนาจซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้ หรือ ข้อที่ 2 เพราะเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นพ้นจากภยันตรายที่ใกล้จะถึงและไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นโดยวิธีอื่นใดได้ เมื่อภยันตรายนั้นตนมิได้ก่อให้เกิดขึ้นเพราะความผิดของตน ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นการเกินสมควรแก่เหตุแล้ว ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ

แม่เด็กฟังไว้ ทนายดังไขความกระจ่าง ฟ้องเรียกค่าเสียหายพลเมืองดี งานนี้อาจเข้าตัว

ส่วนทางแพ่ง ก็ไม่ต้องรับผิด ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน กรณีรถบุบสลายแต่ประการใด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 450 ที่บัญญัติว่า ถ้าบุคคลทำบุบสลายหรือทำลายทรัพย์สิ่งหนึ่งสิ่งใดเพื่อจะบำบัดปัดป้องภยันตรายซึ่งมีมาเป็นสาธารณะโดยฉุกเฉิน ท่านว่าไม่จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนหากความเสียหายนั้นไม่เกินสมควรแก่เหตุภยันตราย ถ้าบุคคลทำบุบสลายหรือทำลายทรัพย์สิ่งหนึ่งสิ่งใดเพื่อจะบำบัดปัดป้องภยันตรายอันมีแก่เอกชนโดยฉุกเฉินผู้นั้นจะต้องใช้คืนทรัพย์นั้น

แม่เด็กฟังไว้ ทนายดังไขความกระจ่าง ฟ้องเรียกค่าเสียหายพลเมืองดี งานนี้อาจเข้าตัว

ถ้าบุคคลทำบุบสลายหรือทำลายทรัพย์สิ่งหนึ่งสิ่งใดเพื่อจะป้องกันสิทธิของตนหรือของบุคคลภายนอกจากภยันตรายอันมีมาโดยฉุกเฉินเพราะตัวทรัพย์นั้นเองเป็นเหตุบุคคลเช่นว่านี้หาต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่ หากว่าความเสียหายนั้นไม่เกินสมควรแก่เหตุแต่ถ้าภยันตรายนั้นเกิดขึ้นเพราะความผิดของบุคคลนั้นเองแล้ว ท่านว่าจำต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้

แม่เด็กฟังไว้ ทนายดังไขความกระจ่าง ฟ้องเรียกค่าเสียหายพลเมืองดี งานนี้อาจเข้าตัว

โพสต์ดังกล่าว

แม่เด็กฟังไว้ ทนายดังไขความกระจ่าง ฟ้องเรียกค่าเสียหายพลเมืองดี งานนี้อาจเข้าตัว

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก: เกิดผล แก้วเกิด